เอ็นจีโอใต้งดจัดงานรำลึกตากใบปีนี้ ระบุเพื่อถวายความเคารพและไว้อาลัยร่วมกับทุกฝ่าย

เอ็นจีโอใต้งดจัดงานรำลึกตากใบปีนี้ ระบุเพื่อถวายความเคารพและไว้อาลัยร่วมกับทุกฝ่าย

วันนี้ 20 ต.ค.องค์กรภาคประชาสังคมคือเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพหรือคปส.ออกแถลงการณ์ชี้แจงประชาชนผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กระบุว่า ปีนี้กลุ่มของดจัดงานรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอตากใบ นราธิวาส เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัย ถวายความเคารพและรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับทุกภาคส่วนในสังคมที่กำลังโศกเศร้าเพราะความสูญเสียจากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตเมื่อ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของคปส.ระบุถึงเหตุการณ์ตากใบว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งแรงกระเพื่อมสูง ความรู้สึกไม่พอใจปรากฎทั่วไปและฝังรากลึก ไม่เพียงแต่ในเรื่องของปัญหาข้อจำกัดด้านสิทธิเสรีภาพ แต่ยังทำให้เกิดความรู้สึกว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกลดทอนลง และว่าเหตุการณ์นี้เป็นความรุนแรงอีกหนหนึ่งที่รัฐกระทำต่อประชาชน เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 และประชาชนยังไม่ลืมเหตุการณ์นี้ตลอดจนยังเฝ้าจับตาการต่อสู้อย่างสันติเพื่อแสวงหาความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต และว่าเหตุการณ์ตากใบได้กลายเป็น “เงื่อนไขที่หล่อเลี้ยงให้มีการใช้ความรุนแรงอย่างชอบธรรมในหมู่ประชาชนที่ต้องการจะปกป้องตนเองจากความรุนแรงโดยรัฐ” รวมทั้งว่าตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมได้จัดงานในโอกาสครบรอบเพื่อเตือนความทรงจำและสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวเสมอมา

การออกแถลงการณ์และประกาศงดจัดงานดังกล่าวนับว่าเป็นหนแรกของกลุ่ม
อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเดินหน้ากรณีป้องปรามเหตุร้ายที่คาดกันว่าอาจจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างเดือนนี้ อันเป็นช่วงครบรอบเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ตากใบ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อบุคคล 5 คนที่ถูกจับและยังถูกคุมตัว โดยคนกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มที่เจ้าหน้าที่เข้ากวาดจับจากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายจุดในบริเวณถนนรามคำแหงในช่วงวันที่ 10-15 ต.ค. ผลการกวาดจับทำให้มีผู้ถูกคุมตัวมากกว่า 40 คนส่วนใหญ่มาจากสามจังหวัดภาคใต้ ต่อมามีผู้ได้รับการปล่อยตัว แต่ยังเหลืออยู่ 5 คนดังกล่าวที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำ มทบ.11

ต่อมาได้มีการอนุญาตให้ญาติของคนกลุ่มดังกล่าวเข้าเยี่ยมได้และได้ส่งตัวไปควบคุมต่อที่ค่ายอิงคยุทธบริหารในจังหวัดปัตตานีตั้งแต่คืนวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

มูลนิธิกล่าวว่าการควบคุมตัวบุคคลทั้งหมด ไม่ชัดเจนว่ากระทำภายใต้ข้อกล่าวหาใด ทั้งในหนแรกที่ญาติขอเข้าเยี่ยมก็ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นตามกฎหมาย หากไม่เช่นนั้นก็ควรปล่อยตัวทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข

ล่าสุด เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองได้ออกแถลงการณ์ด้วยในวันนี้คือ 20 ต.ค.แสดงความวิตกว่าการจับกุมที่ทำไปแล้วมีลักษณะของการเหวี่ยงแหและโดยพลการ ไม่มีหมายจับหรือแม้แต่คำสั่งของคสช. ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือแจ้งญาติ ไม่อาจอ้างกฎอัยการศึกได้เพราะในกรุงเทพมหานครไม่ใช่พื้นที่ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก เกรงว่าอาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิและยิ่งขยายอคติทั้งทางชาติพันธุ์และศาสนาจึงเรียกร้องให้ยุติการตรวจค้นจับกุมคุมขังโดยพลการ ให้ปล่อยตัวผู้ต้องสงสัย ใช้กระบวนการยุติธรรมปกติเข้าดำเนินคดีหากมีมูล