หลายฝ่ายประณามเหตุระเบิดรถไฟที่ปัตตานี

หลายฝ่ายประณามเหตุระเบิดรถไฟที่ปัตตานี ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เรียกร้องทุกฝ่ายเคารพกฎหมายมนุษยธรรมสากล

องค์การด้านสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ประณามการก่อเหตุระเบิดบนรถไฟสายกรุงเทพ-สุไหงโกลกเมื่อวันที่ 3 ก.ย. บริเวณสถานีย่อยบ้านนิคมโคกโพธิ์ ม.9 ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ระบุกลุ่มติดอาวุธทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายมนุษยธรรมสากล ด้านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงประณามและวิงวอนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหา ขณะที่ กอ.รมน. ยอมรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเป็นเรื่องยาก แต่จะเร่งรัดดำเนินการกับกลุ่มคนร้ายและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างเร่งด่วนต่อไป

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อญาติมิตรของผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดรถไฟสายกรุงเทพฯ-สุไหงโกลก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา และระบุว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความรุนแรงที่มุ่งหวังให้เกิดความหวาดกลัวต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ซึ่งใช้รถไฟในการสัญจร รวมถึงเป็นการทำลายบรรยากาศในการร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เกิดสันติสุข

กสม. เรียกร้องให้บุคคลและองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว และให้ความช่วยเหลือ เยียวยาความเสียหาย ฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดย กสม.จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล ในการเฝ้าระวัง และการป้องกันเหตุร้าย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และทำให้ความสงบสุขในพื้นที่กลับคืนมา

สำหรับองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ 3 องค์กรได้แก่กลุ่มด้วยใจ ซึ่งทำงานด้านสิทธิของเด็กและผู้หญิง เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธทุกฝ่ายต้องเคารพกฎหมายมนุษยธรรมสากล โดยองค์กรทั้งสามกล่าวประณามการก่อเหตุระเบิดบนรถไฟสายกรุงเทพ-สุไหงโกลก เนื่องจากรถไฟถือเป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญที่ประชาชนโดยทั่วไปใช้สัญจรไปมา และผู้คนที่ใช้รถไฟเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดใดกับความขัดแย้งทางอาวุธ

“การใช้ความรุนแรงทางอาวุธโดยเฉพาะการใช้ระเบิดที่มีอานุภาพสูงส่งผลให้เกิดความเสียหายตอ่ชีวิตของผ้บริสุทธิ์ อีกทั้งทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เป็นสมบัติของส่วนรวมที่ใช้ร่วมกัน นอกจากนี้ยังสร้างความหวาดกลัวกับประชาชนในพื้นที่ที่ต้องใช้รถไฟในการสัญจรไปมา การโจมตีโดยใช้ความรุนแรงในพื้นที่สาธารณะเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศที่กลุ่มติดอาวุธทุกฝ่ายต้องเคารพ อีกทั้งเป็นการทำลายบรรยากาศของความพยายามแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีด้วยการเจรจาตกลงเรื่องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย” แถลงการณ์ระบุ

ด้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงดังกล่าวเช่นกัน โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวมุ่งเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายของพี่น้องประชาชน และเป็นการกระทำที่โหดร้ายสุดโต่ง เห็นแต่ประโยชน์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอื่นที่จะได้รับ จึงสมควรได้รับการประณามเป็นอย่างยิ่ง และขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนออกมาประณามการกระทำของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ด้วย

แถลงประณามของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้าระบุว่า พ.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เข้าคลี่คลายสถานการณ์และให้จังหวัดรีบช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีได้เข้าพื้นที่แล้ว

ด้าน พ.อ. ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการ ในการรักษาความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าจะเร่งรัดดำเนินการในทุกมาตรการพร้อมกับการใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อจัดการกับกลุ่มคนร้ายและผู้อยู่เบื้องหลังอย่างเร่งด่วนต่อไป