สื่อเมียนมาชี้ไทยสุ่มเสี่ยงมีประชาธิปไตยแบบ “ต่ำกว่ามาตรฐาน”

สื่อเมียนมาชี้ไทยสุ่มเสี่ยงมีประชาธิปไตยแบบ “ต่ำกว่ามาตรฐาน”

สื่อต่างชาติหลายสำนักจับตามองการจัดทำประชามติร่าง รธน. ในวันอาทิตย์นี้ (7 ส.ค.) เมียนมา อะเล เดลี (Myanma Alinn Daily) ชี้ไทยอาจได้ประชาธิปไตยที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ขณะที่นิวยอร์ค ไทมส์ ระบุว่าประชามติเป็นบททดสอบจุดยืนของทหารต่อสาธารณะ ด้านสื่อเยอรมนี ชี้คนไทยจะมีโอกาสอ้าปากพูดเต็มที่ผ่านการหย่อนบัตรในการลงประชามติอัน “แปลกประหลาด”

สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่บทบรรณาธิการของ นสพ. Myanma Alinn Daily ของทางการเมียนมาฉบับวันนี้ (5 ส.ค.) ที่ชี้ว่าไทยกำลังเสี่ยงที่จะมีประชาธิปไตยแบบ “ต่ำกว่ามาตรฐาน” และมีข้อจำกัดหากว่าร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติในวันอาทิตย์นี้

รอยเตอร์รายงานอีกว่าในช่วงเวลาหลายทศวรรษที่เมียนมาอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร สภาพเศรษฐกิจเมียนมาตกอยู่ในภาวะซบเซา ในขณะที่ไทยถูกมองเป็น “เสือ” เศรษฐกิจ และเป็นชาติที่มีเสรีและพัฒนาการทางประชาธิปไตย แต่ขณะนี้เหตุการณ์กลับตรงกันข้าม นางออง ซาน ซู จี แกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ไทยตกอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารมาตั้งแต่ปี 2557 อย่างไรก็ดี กองทัพของทั้งสองชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในทางการเมือง

ในสัปดาห์นี้ สื่อต่างชาติหลายสำนักจับตามองการจัดทำประชามติร่าง รธน. โดยเว็บไซต์ นสพ.นิวยอร์ค ไทมส์ รายงานว่าการทำประชามติถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญถึงจุดยืนของกองทัพที่มีต่อสาธารณะ กับเป็นประชามติต่อความชอบธรรมในการปกครองของทหาร เช่นเดียวกับประชามติต่อตัวร่าง รธน. แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรรัฐบาลทหารจะยังคงกุมบังเหียนต่อไปจนกว่าจะยอมส่งมอบอำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

นิวยอร์ค ไทมส์ ระบุว่า ไม่ได้เป็นที่คาดหมายว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะอยู่คงทนถาวร แต่เป็นร่างฯ ที่กำหนดขึ้นเพื่อลดทอนอิทธิพลของนักการเมืองหรือพรรคการเมือง และเป็นมาตรการที่ดูจะพุ่งเป้าไปยังนักการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมจากชาวบ้านที่ยากจนในแถบภาคเหนือของไทย

นิวยอร์คไทมส์ สัมภาษณ์นักวิชาการและผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่าง รธน. หลายคน รวมทั้ง รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่ชี้ว่าเป้าหมายของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือการทำให้ระบบพรรคการเมืองแตกสลาย ทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่มีความอ่อนแอและไม่ผูกขาดโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

ด้านเว็บไซต์ ดอยช์ เวลล์ ของเยอรมนี พาดหัวข่าวเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ว่า ในการทำประชามติอัน “แปลกประหลาด” ไทยจะลงคะแนนในประชาธิปไตยลูกผสมคือมีทั้งความเป็นและไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งไม่ได้ถือว่าให้ทางเลือกใด ๆ แก่ประชาชน และไม่ว่าร่างฯ จะผ่านการลงประชามติหรือไม่ กองทัพก็จะยังคงบทบาทสำคัญทางการเมืองต่อไปในอีก 5-7 ปีข้างหน้า ดอยช์ เวลล์ บอกด้วยว่า ท่ามกลางข้อจำกัดของการแลกเปลี่ยนถกเถียง บัดนี้คนไทยจะมีโอกาสได้อ้าปากพูดเต็มที่ผ่านการหย่อนบัตร

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทยที่ไม่ระบุนามบอกกับดอยช์ เวลล์ ว่า ร่าง รธน. ฉบับนี้ไม่มีมาตรฐานความเป็นประชาธิปไตยตามแบบฉบับตะวันตก ทว่าจะเป็นระบบที่รัฐบาลทำงานโดยที่มีกองทัพคอยถือดาบจ่อศีรษะ แต่นั่นก็อาจจะเป็นก้าวย่างหนึ่งจากระบบเผด็จการทหารไปสู่ประชาธิปไตย หากจะถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นการปฏิรูปในขั้นแรกก่อนที่จะปฏิรูปอย่างอื่นตามมา ‪#‎ประชามติ‬