สององค์กรระหว่างประเทศติงการออกเสียงประชามติไทยละเมิดสิทธิมนุษยชน

สององค์กรระหว่างประเทศติงการออกเสียงประชามติไทยละเมิดสิทธิมนุษยชน-ไม่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้ง

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 6 ส.ค. ระบุว่าการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของไทยที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) เกิดขึ้นท่ามกลางการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง มีการจำกัดสิทธิเกินกว่าเหตุ โดยไม่จำเป็นและไม่ชอบธรรม ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว

เนื้อหาในแถลงการณ์อ้างถึงกรณีที่ทางการไทยควบคุมตัวบุคคลจำนวนมากโดยพลการ ซึ่งรวมถึงการควบคุมตัวบุคคล 11 คนที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการส่งจดหมายวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งถูกแจ้งทั้งข้อหาขบถล้มล้างการปกครอง อั้งยี่และซ่องโจร และละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งยังมีการสั่งยกเลิกหรือขัดขวางการชุมนุมอย่างสงบ ตลอดจนสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมโดยสงบ

นายโจเซฟ เบเนดิกต์ (Josef Benedict) รองผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก เผยว่าถ้าประชาชนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี หรือไม่สามารถเข้าร่วมในกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่ต้องหวาดกลัวได้ แล้วพวกเขาจะมีส่วนร่วมในการออกเสียงประชามติอย่างจริงจังได้อย่างไร พร้อมย้ำด้วยว่าทุกคนที่ถูกควบคุมตัวหรือถูกลงโทษเพียงเพราะการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างสงบ ควรได้รับการปล่อยตัวทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และทางการไทยต้องยกเลิกข้อหาอาญาต่อพวกเขาด้วย

ขณะที่ก่อนหน้านี้ สหพันธ์สิทธิมนุยชนสากล (FIDH) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.-24 ก.ค. ทางการไทยควบคุมตัวบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญรวม 41 ราย ทั้งยังไม่อนุญาตให้องค์กรผู้สังเกตการณ์อิสระเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการออกเสียงประชามติครั้งนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ากระบวนการประชามติจะมีความโปร่งใสและเป็นธรรมเพียงใด

แถลงการณ์ของ FIDH ระบุด้วยว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะออกเสียงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.จะสร้างปัญหาแก่สังคมไทยมากกว่าที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากรายงาน Roadblock to democracy – Military repression and Thailand’s draft constitution ซึ่งระบุว่าหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะยิ่งทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง เพราะเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้อำนาจแก่สถาบันทางการเมืองซึ่งไม่ได้เชื่อมโยงกับความเป็นประชาธิปไตย แต่จะส่งผลให้รัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งในอนาคตอ่อนแอกว่าเดิม

ในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบ FIDH เสนอให้รัฐบาลไทยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว และต้องดำเนินการไปตามมาตรฐานสากล เปิดให้ประชาชนและพรรคการเมืองทุกกลุ่มทุกฝ่าย สามารถรณรงค์แสดงความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งได้อย่างเป็นอิสระ และต้องอนุญาตให้องค์กรสังเกตการณ์การเลือกตั้งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ทาง FIDH เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกมาตรา 44, 47 และ 48 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะต้องเป็นกระบวนการที่ดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเปิดเผย ต้องกำหนดกรอบเวลาในการจัดประชามติครั้งใหม่อย่างชัดเจน เปิดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น รวมถึงการจัดกิจกรรมรณรงค์หรือถกเถียงอย่างอิสระเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนจัดการออกเสียงประชามติ และหากร่าง รธน.ฉบับต่อไปผ่านความเห็นชอบของประชาชน ทางการไทยจะต้องจัดการเลือกตั้งโดยเร็วเช่นกัน และจะต้องดำเนินไปตามมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล