“วิษณุ” แจงดำเนินขั้นตอนสืบสันตติวงศ์ตาม ม.23 เมื่อทุกฝ่ายทำใจได้

“วิษณุ” แจงดำเนินขั้นตอนสืบสันตติวงศ์ตาม ม.23 เมื่อทุกฝ่ายทำใจได้ ชี้พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญเอง

มติชนออนไลน์รายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวชี้แจงถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเเละหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.) แถลงก่อนหน้านี้ว่า เมื่อพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลผ่านพ้นช่วงเวลา 7 วัน 15 วัน ไปแล้วระยะหนึ่ง น่าจะได้เวลาอันสมควรที่จะดำเนินขั้นตอนการสืบสันตติวงศ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 23 นั้น

นายวิษณุกล่าวว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างที่นายกรัฐมนตรีได้อธิบาย และเป็นไปตามที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารได้มีพระราชปรารภตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม และอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ตอนที่นายกรัฐมนตรีเข้าเฝ้าพร้อมกับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงรับสั่งว่า เรื่องที่จะดำเนินการสืบราชสันตติวงศ์ให้รอระยะเวลาที่ทุกฝ่ายสามารถทำใจได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วก่อน ดังนั้นขอให้รอ เมื่อถึงเวลาอันสมควรประชาชนคลายความทุกข์โศกลงได้บ้าง และให้พระราชพิธีต่าง ๆ ได้ผ่านพ้นไปก่อน

“เพราะฉะนั้นที่นายกฯพูดถึง 7 วัน 15 วัน เป็นรอบของการที่จะมีพระราชพิธีครบรอบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน ซึ่งคนไทยเราทำบุญตามรอบเช่นนี้ จึงขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่คนได้ทำสิ่งที่เขาอยากทำกันเสียก่อนเถิด แล้วการที่จะมาทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงก็จะค่อย ๆ เกิดขึ้นได้ ความหมายมีแค่นี้ ไม่มีอะไรลึกลับซับซ้อน” นายวิษณุกล่าว

ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญตามกรอบเวลาที่กำหนดโดยจะไม่กระทบต่อปฏิทินการทำงานนั้น นายวิษณุกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ใหม่จะทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญด้วยพระองค์เอง แต่จะเป็นเมื่อไรนั้นไม่สามารถตอบได้ แต่ขอให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบขั้นตอนระยะเวลาในปฏิทินการทำงานเป็นอันขาด เพราะเมื่อนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯถวายร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ร่างดังกล่าวจะอยู่ที่สำนักราชเลขาธิการได้ 90 วัน ดังนั้น อย่างไรเสียจะอยู่ในช่วงเวลานั้น หรือหากล่าช้ากว่านั้นก็ไม่มีผลกระทบใด ๆ เนื่องจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สามารถทำงานไปเองได้ จึงอย่าไปตีความอะไร ทุกอย่างตรงไปตรงมาหมด

ส่วนการแก้ไขคำปรารภในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมได้มีมติให้ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) ปี 2559 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องแล้วและจะพิจารณาโดยเร็ว โดยจะแก้ไขเฉพาะพระปรมาภิไธยตอนต้นเท่านั้น โดยต้องขอความเห็นชอบจากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีการแก้เนื้อความแต่อย่างใด

(ภาพประกอบจากสำนักข่าวไทย)