รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยอมรับมีช่องว่างด้านการข่าวในพื้นที่ภาคใต้

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงยอมรับมีช่องว่างด้านการข่าวในพื้นที่ภาคใต้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่ายังมีช่องโหว่ในงานด้านการข่าวในพื้นที่ภาคใต้ ด้าน ผบ.ทบ.เผยเจ้าหน้าที่อาจเลินเล่อไปบ้าง เตรียมลงพื้นที่กำชับการทำงานศุกร์นี้

สำนักข่าวไทยรายงานว่า พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจาก เหตุลอบวางระเบิดหน้าโรงเรียน ตาบา จ.นราธิวาส เมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) และเปิดเผยว่าได้โทรศัพท์ไปกำชับให้แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมมือทำงานกับกระทรวงมหาดไทย ตำรวจและหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะด้านการข่าวซึ่ง พล.อ.ประวิตร เห็นว่ายังมีช่องว่างและล่าช้าอยู่บ้าง ต้องแก้ไขปรับปรุง โดยต้องลงลึกในพื้นที่และให้ประชาชนมีส่วนร่วม

ด้าน พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก บอกกับสำนักข่าวไทยว่าไม่มีความเป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลแล้วและกองทัพบกได้เตรียมพร้อมขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่เหตุที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ประมาทเลินเล่อไปบ้าง ดังนั้นจะมีการลงพื้นที่กำชับการทำงานอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 9 ก.ย.นี้ ส่วนจะเป็นเพราะรัฐบาลกำลังพูดคุยสันติสุขกับผู้เห็นต่างหรือไม่นั้น พล.อ.ธีรชัย เห็นว่าเรื่องนี้อาจมีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดและถึงอย่างไรการพูดคุยยังต้องดำเนินต่อไป

พล.อ.ธีรชัย กล่าวด้วยว่า เหตุที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อการถอนกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 ,2 และ 3 ออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงวันที่ก่อน 30 กันยายนนี้ ทั้งนี้ เชื่อมั่นในการทำงานของกองทัพภาคที่ 4 รวมถึงตำรวจและพลเรือนว่าจะเดินหน้าต่อไปได้

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าเหตุระเบิดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวเพราะเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว คนไทยและต่างประเทศก็รับทราบ โดยขณะนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่หาดใหญ่ยังเป็นปกติเท่าเดิม ส่วนที่หัวหินชาวต่างชาติแทบไม่ได้ยกเลิกการจอง ทั้งยังเชื่อว่าในช่วงใกล้วันชาติจีน (1 ต.ค.) นักท่องเที่ยวจากจีนจะเพิ่มขึ้นมาอีก 5-10%