พายุฝุ่นทรายเพิ่มจำนวนมากขึ้นในตะวันออกกลาง ผลจากภัยธรรมชาติและการบริหารทรัพยากรที่ผิดพลาด

2016-06-19_220023

พายุฝุ่นทรายเพิ่มจำนวนมากขึ้นในตะวันออกกลาง ผลจากภัยธรรมชาติและการบริหารทรัพยากรที่ผิดพลาด

นักวิทยาศาสตร์ของสหประชาขาติบอกว่า จำนวนพายุฝุ่นทรายในตะวันออกกลางตอนนี้มีเพิ่มมากเป็นประวัติการณ์ ทั้งความรุนแรงและปริมาณที่ถี่ขึ้นอย่างมากในช่วง 15 ปีนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนทั้งใกล้และไกล แต่ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคืออิหร่านและคูเวต เนื่องจากพายุนั้นพัดมาจากอิรักและซีเรีย

เอ็นริค เทอราเดลลาส แห่งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกหรือ WMO บอกว่า ต้นตอของพายุพวกนี้ส่วนหนึ่งมาจากอิรัก ที่ซึ่งแม่น้ำเริ่มแห้งเนื่องจากประเทศทางต้นน้ำแข่งกันสร้างเขื่อน ทำให้บรรดาหนองบึง ทะเลสาบแห้งไปทั้งในอิรักและอิหร่าน ตะกอนที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลายเป็นแหล่งของฝุ่นและทรายในพายุทรายที่เพิ่มขึ้น

แต่โดยทั่วไปแล้ว แหล่งที่มาอีกส่วนของพายุฝุ่นทรายคือทะเลทราย อย่างไรก็ตาม การทำเหมือง การดูดน้ำมันขึ้นมาใช้ การทำการเกษตรตลอดจนความขัดแย้งที่กลายเป็นการสู้รบกัน เหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้ปัญหาหนักขึ้น

โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติหรือ UNEP คาดว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า อิรักอาจจะเจอพายุฝุ่นปีละไม่ต่ำกว่า 300 ครั้ง จากขณะนี้ที่มีเกิดขึ้นราวปีละ 120 ครั้งโดยเฉลี่ย ด้านเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านสุขภาพของอิหร่านบอกว่า พื้นที่ของอิหร่านที่ประสบปัญหาพายุฝุ่นค่อนข้างมากมีถึง 14 จังหวัดด้วยกัน และรวมไปถึงเมืองหลวงคือกรุงเตหะรานด้วย ผู้คนในอิหร่านบ่นว่า อากาศเสียทำให้เกิดอาการไม่สบายโดยเฉพาะมีอาการไอ ต้องปิดประตูหน้าต่างและเปิดเครื่องทำความเย็นหรือแอร์คอนดิชันเนอร์แทนตลอดเวลา บางรายบอกว่า การออกนอกบ้านเป็นเรื่องที่เป็นปัญหามากขึ้นทุกขณะ เพราะฝุ่นทรายที่พัดมาจนพวกเขาไม่กล้าให้ลูกๆออกไปเล่นนอกบ้าน

นักวิยาศาสตร์บอกว่า สำหรับซีเรีย พวกเขายังไม่มีข้อมูลมากนัก แต่ทว่าก็มากพอที่จะเชื่อได้ว่า ซีเรียเป็นอีกแหล่งที่ทำให้เกิดพายุฝุ่นทรายจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะเกษตรกรไม่ได้ทำการเกษตรอย่างเหมาะสม กล่าวคือไม่ได้เพาะปลูกและดูแลพืชผลในวิถีที่จะทำให้ยั่งยืน เนื่องจากมัวแต่ไปสู้รบหรือไม่ก็หลบหนีการสู้รบ ทำให้พื้นที่ที่เคยเป็นพื้นที่การเกษตรถูกปล่อย กลายเป็นแหล่งของฝุ่นและทรายในพายุฝุ่นทราย

อเล็กซานเดอร์ บาคลานอฟ ผู้เชี่ยวชาญอีกคนจาก WMO บอกว่าอีกแห่งหนึ่งที่กำลังประสบปัญหาพายุฝุ่นทรายเพิ่มขึ้นคือเอเชียกลาง ส่วนหนึ่งเพราะทะเลอารัลที่อยู่ระหว่างคาซัคสถานและอุสเบคกิสถานกำลังแห้งลง ทำให้คาซัคสถานและมองโกเลียเจอปัญหาฝุ่นมากขึ้น

ฝุ่นและทรายจากมองโกเลียและทะเลทรายโกบีลอยไปไกลถึงจีน คาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนที่นั่น ส่วนพายุจากทะเลทรายซาฮาราก็น่าจะมีส่วนในการกระจายเชื้อของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบไปทั่วทวีปอาฟริกา

ไอดาร์มิด แคมป์เบล- เลนดรัม ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกบอกว่า พายุฝุ่นจะนำเอาเศษละอองจำนวนมากติดมากับอากาศ เมื่อผู้คนสูดหายใจเข้าไป มันจะเข้าไปสะสมอยู่ในปอด สร้างปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ กระทบไปถึงการทำงานของหัวใจและอื่นๆ อนามัยโลกระบุว่า พายุฝุ่นมีส่วนทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงและมีส่วนต่อการเสียชีวิตของประชาชนปีละร่วม 7 ล้านคน

รูปที่ 3 คือสภาพนอกบ้านในอิหร่าน ส่วนภาพที่ 4 คือพื้นที่ที่เคยเป็นทะเลอารัลมาก่อน

2016-06-19_220103 2016-06-19_220114 2016-06-19_220123