ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 40,000 ราย รวมชื่อยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หวั่นรัฐล้วงข้อมูลออนไลน์

2016-07-07_213511

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 40,000 ราย รวมชื่อยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หวั่นรัฐล้วงข้อมูลออนไลน์

เช้านี้ ตัวแทนเครือข่ายพลเมืองเน็ตนำรายชื่อ 40,000 ให้กับนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่สอง เพื่อเรียกร้องให้ชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่มีปัญหาในแง่การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออกและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งจะรบกวนการทำงานของระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ปลอดภัย

ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั้ง 40,000 รายชื่อ (ตัวเลขวันที่ 6 กรกฎาคม 2559) ร่วมกันรณรงค์ออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เชนจ์เพื่อเรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งถูกเสนอเข้าสู่วาระพิจารณาเพื่อผ่านความเห็นชอบเป็นกฎหมายอยู่ในขณะนี้ โดยให้เหตุผลว่า มาตรา 15 และ 20 ของร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของนโยบายซิงเกิลเกตเวย์ของรัฐบาล และต้องการให้ สนช. ชะลอการพิจารณาและรับฟังความกังวลของประชาชนก่อน

นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ตบอกกับบีบีซีไทยว่า นอกจากร่างฯ นี้จะแก้ไขมาตรา 20 ให้สามารถปิดกั้นข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ แม้ข้อมูลนั้นจะไม่ผิดกฎหมายใด ตามมาตรา 20 (4) แล้ว ยังแก้ไขมาตรา 15 ให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลมีอำนาจออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องขั้นตอนการปิดกั้นเว็บ โดยหากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ทำตามประกาศดังกล่าวก็อาจจะต้องรับโทษ

นายอาทิตย์อธิบายและว่าบทบัญญัติมาตรา 20 นั้น เดิมเป็นการขออำนาจศาลในการสั่งปิด หากแต่ในร่างฯ นี้ ได้บัญญัติเพิ่มเติมเพื่อเปิดช่องให้กระทรวงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีออกประกาศกระทรวงเพื่อระงับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเองได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการปิดกั้นและตรวจสอบข้อมูลจากเดิมที่ใช้วิธีสั่งให้ผู้บริการอินเตอร์เน็ต หรือไอเอสพีเป็นผู้ดำเนินการปิดกั้น แต่เนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงทำให้การปิดกั้นเว็บไซต์บางอย่างทำไม่ได้ เช่น เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กซึ่งมีการเข้ารหัสความปลอดภัยของข้อมูล ทำให้เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ และปิดกั้นไม่ได้

ภาพ: นักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมตัวกันบริเวณหน้ารัฐสภา เพื่อแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นผลที่จะเกิดขึ้นหากมีการพิจารณาผ่านร่างแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับดังกล่าว