ผลของคำสั่งหัวหน้าคสช. เรื่องการปิดสื่อ ไม่คุ้มครองการฟ้องทางปกครอง

ผลของคำสั่งหัวหน้าคสช. เรื่องการปิดสื่อ ไม่คุ้มครองการฟ้องทางปกครอง ขณะที่ กสทช. เสียงส่วนน้อยทวีตไม่เห็นด้วย เรียกร้ององค์กรสื่อแสดงจุดยืน

โฆษกศาลปกครองสูงสุดชี้ว่า คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกมาเมื่อวานนี้ ไม่ได้คุ้มครองหน่วยงานอย่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากความรับผิดทางปกครอง ผู้ได้รับความเสียหายยังสามารถฟ้องร้องได้ ขณะที่สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. แถลงว่าเป็นเสียงส่วนน้อยที่ไม่เห็นด้วยและเรียกร้องให้สื่อทั้งหลายแสดงจุดยืนเนื่องจากคำสั่งนี้จะส่งผลกระทบต่อองค์กรสื่อทั้งหมด ขณะที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตบางส่วนเรียกร้องให้เธอลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว เพราะการเป็นเสียงส่วนน้อยใน กสทช. ไม่มีผลสะเทือน

นายประวิตร บุญเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ในฐานะรองโฆษกศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 41/2559 คุ้มครองการใช้อำนาจของ กสทช.และบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจ กรณีที่มีการสั่งระงับการเผยแพร่สื่อที่เข้าข่ายกระทบความมั่นคง โดยไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง อาญา และวินัยว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาคดีที่มีการฟ้องกสทช.ว่าทำให้เสียหายต่อศาลปกครอง โดยผู้ฟ้องยังสามารถพิสูจน์ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่กสทช.กล่าวหาได้ คำสั่งคสช. เป็นเพียงการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กสทช.เท่านั้น แต่ไม่ได้คุ้มครองการกระทำผิดของหน่วยงาน ดังนั้นถ้ามีการพิสูจน์ว่าหน่วยงานทำผิดทางปกครอง ก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

อีกด้านหนึ่ง น.ส. สุภิญญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ซึ่งแสดงบทบาทเป็นเสียงส่วนน้อยในหลายประเด็นทวีตข้อความไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งดังกล่าว แต่อธิบายด้วยว่า คำสั่งนี้ไม่ได้ให้อำนาจกสทช. ปิดสื่อได้ทันทีเพราะยังมีศาลปกครองเป็นด่านสุดท้าย แต่ฟ้องเอาผิดทางแพ่ง และอาญาไม่ได้ แต่ผลที่จะเกิดขึ้นกับคำสั่งนี้จะกระทบต่อองค์กรสื่อทั้งหมด และยังมีประเด็นที่น่ากังวลคือกลุ่มทีวีดิจิตอล ที่ประมูลคลื่นความถี่มาแล้วถูกปิด โดย กสท.ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ผลที่ตามมาคือรัฐต้องรับชดใช้เยียวยาค่าเสียหายแทน”

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตบางส่วนได้วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของ น.ส. สุภิญญาว่าควรจะถึงจุดที่ลาออกจากตำแหน่งได้แล้ว เพื่อแสดงจุดยืนมากกว่าการบอกว่าตนเองเป็นเสียงส่วนน้อย ซึ่งน.ส. สุภิญญาทวีตตอบว่า เธอคิดเรื่องลาออกมาตลอด เพียงแต่ยังทนแรงเสียดทานไหวอยู่ และรอเวลาที่เหมาะสม ให้เกิดผลเชิงสัญลักษณ์จริงๆ และถ้าไม่มีเสียงฝ่ายค้านที่คอยทำหน้าที่ให้ การต่อสู้ของสื่อที่ถูกใช้อำนาจจะหนักหนากว่านี้ ก็จะไม่มีข้อมูลและความเห็นที่มีน้ำหนักจากระบบ