ประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองจากการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ

ประเด็นสำคัญที่ควรจับตามองจากการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ

ทางการเกาหลีเหนือประกาศข่าวความสำเร็จในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 5 ในวันนี้ (9 ก.ย.) ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหญ่ที่สุด จนก่อให้เกิดความหวั่นวิตกว่าเกาหลีเหนืออาจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไปถึงขั้นที่มีความก้าวหน้ามากแล้ว

บรูซ เบนเน็ตต์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านกลาโหมจาก RAND Corporation สถาบันวิจัยด้านนโยบายระหว่างประเทศ ในสหรัฐฯ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีหลายประเด็นที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เช่น อานุภาพของระเบิดนิวเคลียร์ จุดประสงค์ในการทดสอบอาวุธของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ รวมไปถึงท่าทีของชาติมหาอำนาจอย่างจีน และสหรัฐฯ

เบนเน็ตต์ ชี้ว่า เรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องจับตามองคือ ระเบิดนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือทดสอบครั้งล่าสุดนี้มีอานุภาพหรือความรุนแรงมากกว่าครั้งก่อนหน้านี้หรือไม่ โดยหลักฐานในเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ 5 นี้มีอานุภาพทำลายล้างประมาณ 10-20 กิโลตัน ซึ่งมากกว่าระเบิดไฮโดรเจนที่เกาหลีเหนือทดสอบครั้งก่อนในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะมีพลังทำลายล้างราว 6-8 กิโลตัน

นอกจากนี้ จุดประสงค์ของการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ครั้งล่าสุด ก็เป็นอีกประเด็นที่น่าสนใจ โดยเบนเน็ตต์ ระบุว่า การแสดงท่าทีก้าวร้าวและยั่วยุของผู้นำเกาหลีเหนือในการเดินหน้าทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องหลายครั้งในปีนี้สะท้อนถึงสถานะผู้นำที่กำลังสั่นคลอนของนายคิม จอง อึน ที่กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศ ด้วยเหตุจึงพยายามใช้การทดสอบอาวุธต่าง ๆ ในการแสดงอำนาจเพื่อควบคุมประชาชนและบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมทั้งเพื่อปกปิดความอ่อนแอ และความล้มเหลวในการบริหารประเทศของตนเอง ตลอดจนเพื่อขับไล่ภัยคุกคามจากภายนอกประเทศด้วย

อีกเรื่องที่น่าจับตาก็คือ เกาหลีเหนือกำลังจะบรรลุเป้าหมายโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่ โดยเมื่อเดือน ธ.ค.ปีก่อน นายคิม จอง อึน ประกาศว่าทีมนักวิทยาศาสตร์ของตนได้พัฒนาระเบิดไฮโดรเจนที่อาจใช้ติดตั้งที่ขีปนาวุธได้ อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมากลับดูเหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ดังนั้นจึงน่าจับตามองว่าเกาหลีเหนือสามารถแก้ไขข้อบกพร่องจากความล้มเหลวครั้งก่อนได้แล้วหรือไม่

นอกจากนี้ เบนเน็ตต์ ยังมองว่า การทดสอบนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือทำให้ต้องจับตามองท่าทีของจีนและสหรัฐฯ ว่าจะตอบสนองต่อเรื่องนี้อย่างไร เพราะที่ผ่านมา จีนไม่ได้แสดงบทบาทของ “ชาติมหาอำนาจ” ในการเข้าไปยับยั้งพฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความไม่พอใจกรณีที่สหรัฐฯและเกาหลีใต้ประกาศแผนการติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้เพื่อป้องกันภัยอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ จีนอาจต้องการให้ความวุ่นวายครั้งนี้ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจไปจากข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ของตน

ทางฟากของสหรัฐฯนั้นก็น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับเกาหลีเหนือหรือไม่ หลังจากที่ผ่านมาได้ดำเนินนโยบาย “อดทนอดกลั้น” ด้วยการปล่อยให้เกาหลีเหนือกระทำการยั่วยุและเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยที่ไม่ตอบโต้ หรือเข้าไปยับยั้งขัดขวางใด ๆ

เบนเน็ตต์ ชี้ว่าสหรัฐฯจะต้องหันไปใช้นโยบายอื่น เพราะเกาหลีเหนือพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีความคืบหน้าในโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไปมาก ส่วนชาวเกาหลีใต้ก็อาจถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าต้องการให้สหรัฐฯเข้าไปช่วยคุ้มครองตนจากภัยคุกคามของเกาหลีเหนือหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีชาวเกาหลีใต้จำนวนไม่น้อยที่มองว่าเกาหลีเหนือเป็นเพียงมิตรประเทศที่ไม่มีพิษมีภัยต่อตนเอง #NorthKorea#nucleartest