นักการเมืองสองค่ายใหญ่แสดงจุดยืนยอมรับผลการลงประชามติ

นักการเมืองสองค่ายใหญ่แสดงจุดยืนยอมรับผลการลงประชามติ ผลักดันคสช.เปิดกว้างให้เสรีภาพประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองก่อนเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศยอมรับผลการลงประชามติ โดยบอกว่าเป็นความต้องการของประชาชนพร้อมเรียกร้องบรรดาพรรคการเมืองรวมทั้งประชาธิปัตย์ให้ทำให้ความต้องการของประชาชนเป็นจริง แม้ว่ากติกาการเมืองต่อไปจะเป็นสิ่งที่มีผู้กำกับแต่เขาบอกว่า รัฐบาลที่ทำงานถูกต้องเหมาะสมไม่จำเป็นต้องกลัวการกำกับ

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชี้ว่า ผลของประชามติถือเป็นการตัดสินของประชาชน พร้อมแสดงความหวังว่า ในขั้นตอนการเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง จะมีการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นมากขึ้น นายจาตุรนต์ยอมรับว่าผลของการลงประชามติหนนี้ผิดคาดมากสำหรับเขา พร้อมกับวิเคราะห์ว่า สิ่งที่ทำให้การลงประชามติผ่านน่าจะเป็นเพราะประชาชนต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่

นายจาตุรนต์ระบุว่าเพราะข้อจำกัดหลายด้านทำให้ไม่ควรด่วนทึกทักว่าประชาชนเห็นดีเห็นงามกับกติกาที่ออกแบบไว้ โดยบอกว่าการยอมรับเนื้อหานั้นต้องรอดูกันต่อไปเมื่อมีการเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ในส่วนของฝ่ายที่ต้องการประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือ แม้ว่าจะมีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นแต่ก็ยังมี “ผู้ตื่นรู้” จำนวนมาก ถือว่านี่เป็นต้นทุนพื้นฐานที่มีค่าสำหรับการพัฒนาประชาธิปไตยต่อไป

“ผมยอมรับว่าประเมินอิทธิฤทธิ์ของการทำประชามติแบบไม่เสรี ไม่เป็นธรรมครั้งนี้ต่ำเกินไป การชี้นำฝ่ายเดียวและการปิดกั้นการแสดงความเห็นมีผลทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ ไม่มีโอกาสรับรู้ทั้งความคิดเห็นที่หลากหลายหรือแม้แต่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญเอง ดังนั้นการที่ประชาชนไปออกเสียงกันน้อยจึงไม่ใช่เรื่องแปลก”

ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัยโพสต์ข้อคิดจากการลงประชามติไว้หลายเรื่อง เขาชี้ว่าการลงประชามติหนนี้เป็นการทำประชามติภายใต้แรงกดดันคุกคามผู้เห็นต่างอย่างรุนแรง ทำให้การลงประชามติไม่ได้มาตรฐานตามระบบสากล ขณะที่ผู้ไปลงประชามติจำนวนไม่น้อยต้องการหลุดพ้นจาก “สภาพวิกฤติ” ก้าวให้พ้นจากข้อจำกัดภายใต้รัฐบาลอำนาจพิเศษ ในสถานการณ์พิเศษที่เป็นภาวะอึดอัด การรับร่างรัฐธรรมนูญเป็นหนทางหนึ่งในอันที่จะหลุดพ้นจากสภาพดังกล่าวได้เร็วและชัดเจนที่สุด

นายภูมิธรรมกล่าวถึงอนาคตว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกหลายอย่าง จากการที่เปิดโอกาสให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอก การสืบต่ออำนาจของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน หรือการทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นไปได้ยากมากหรือแทบไม่ได้เลย นอกจากนั้นชี้ว่าควรรีบมองหาทางออกไว้สำหรับวิกฤติหนใหม่ ด้วยการให้ความสำคัญกับกระบวนการตามวิถีประชาธิปไตยที่ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของประเทศ

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ว่าไม่แปลกใจกับผลของประชามติเพราะไม่ได้เปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาอย่างเต็มที่ กลายเป็นการรับฟังความข้างเดียว ต่างจากการทำประชามติหนอื่นหรือของทั่วโลก เสียใจและเสียดายกับการที่ประเทศจะก้าวถอยหลังไปใช้รัฐธรรมนูญที่ “ดูเหมือนจะเป็นประชาธิปไตยแต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง”
อีกด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำกปปส.โพสต์เฟซบุ๊ก ขอบคุณประชาชนที่ผนึกกำลังเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน “เราจะเดินหน้าเข้าสู่ยุคปฏิรูปประเทศไทยด้วยกัน”

เมื่อวานนี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ นำทีม นปช.แถลงจุดยืนว่าแม้จะเป็นการลงประชามติที่ยอมรับได้ยากเพราะไม่เปิดกว้างให้มีการแสดงความคิดเห็น แต่ก็ยอมรับเจตนารมณ์ของประชาชน นายจตุพรบอกว่าตนเองจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งตามที่ลั่นวาจาเอาไว้ แต่ขณะเดียวก็บอกว่า ชัยชนะหนนี้ของรัฐบาลคสช.ไม่น่าภูมิใจเพราะคนไทยอยู่ในภาวะจำยอม

ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความใจกว้างไม่ควรเอาผิดคนที่รณรงค์ในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนนางธิดา ถาวรเศรษฐระบุว่าอยากให้ประชาชนศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้นและว่าความขัดแย้งของประชาชนสองค่ายยังคงอยู่ คือระหว่างค่ายความคิดที่เห็นว่าไทยยังไม่พร้อมกับประชาธิปไตยแบบสากล กับฝ่ายที่ต้องการประชาธิปไตยแบบที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจ

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

2016-08-09_202754