ตำรวจเบลเยียมถูกจับหลังขับรถพาผู้อพยพข้ามแดนไปยังฝรั่งเศส

ตำรวจเบลเยียมถูกจับหลังขับรถพาผู้อพยพข้ามแดนไปยังฝรั่งเศส

นายแบร์นาร์ด กัซเนิฟ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส เรียกตัวเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำฝรั่งเศสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง หลังเกิดกรณีตำรวจชาวเบลเยียม 2 นายขับรถพาผู้อพยพ 13 คนเข้ามายังฝรั่งเศสโดยผิดกฎหมาย และนายกัซเนิฟยังได้แถลงประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวเบลเยียมทั้งสองนายว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงละเมิดข้อตกลงระหว่างทั้งสองประเทศ

รายงานข่าวระบุว่าตำรวจชาวเบลเยียมทั้งสองนาย ซึ่งข่าวไม่ระบุชื่อ ถูกตำรวจฝรั่งเศสเรียกหยุดรถและตรวจค้นที่ชุมชนเนียปป์ในจังหวัดนอร์ของฝรั่งเศส ช่วงค่ำวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้อพยพที่อยู่บนรถตำรวจ 13 คน เป็นผู้เยาว์ 3 คน ทำให้ตำรวจทั้งสองนายถูกคุมตัวไปสอบปากคำนานกว่า 4 ช.ม. ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้ประท้วงทางการทูตด้วยการเรียกตัวเอกอัครราชทูตเบลเยียมเข้าพบ

อย่างไรก็ตาม นายจอร์จ แอ็ค กรรมาธิการตำรวจแห่งเบลเยียม เปิดเผยว่ารู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของฝรั่งเศส เพราะที่ผ่านมาเบลเยียมให้ความร่วมมืออย่างดีในการจัดการพื้นที่ชายแดนเชื่อมต่อระหว่างทั้งสองประเทศ และกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรก อีกทั้งตำรวจทั้งสองนายไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์และไม่ได้ช่วยเหลือผู้อพยพเพื่อเรียกร้องเงิน แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือเพราะเห็นอกเห็นใจกลุ่มผู้อพยพที่เดินอยู่ริมถนน จึงช่วยเหลือด้วยการพาผู้อพยพไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ ก่อนจะขับรถหลงเข้าไปในเขตแดนฝรั่งเศสโดยบังเอิญ

ด้านนายวินเซนต์ กิลส์ ประธานสหภาพแรงงานตำรวจเบลเยียม เปิดเผยว่าตำรวจทั้งสองนายถูกจับกุมใส่กุญแจมือไม่ต่างจากอาชญากร แม้ว่าทั้งคู่จะแสดงหลักฐานระบุตัวตนและตำแหน่งชัดเจน ทั้งยังถูกสอบปากคำนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีทนายให้คำปรึกษาตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น

ขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสในพื้นที่เกิดเหตุพบผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวมาก่อนแล้ว จึงได้ออกคำสั่งให้ออกจากเขตแดนฝรั่งเศส และกลุ่มผู้อพยพได้ข้ามฝั่งไปยังเบลเยียม ก่อนจะพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายซึ่งรับตัวทั้งหมดขึ้นรถและพาข้ามฝั่งไปยังฝรั่งเศสในช่วงค่ำ หลังเกิดเหตุดังกล่าว ผู้อพยพทั้งหมดถูกนำตัวไปยังศูนย์กักกันผู้อพยพที่เมืองลีลล์ของฝรั่งเศสเพื่อรอการพิสูจน์หลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายขั้นต่อไป