พื้นที่ป่าของโลกถูกทำลายไป 10% ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา

พื้นที่ป่าของโลกถูกทำลายไป 10% ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกาได้รับผลกระทบมากที่สุด

งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology บ่งชี้ว่า พื้นที่ป่าบริสุทธิ์ของโลกถูกทำลายจนหายไปแล้วถึง 3.3 ล้านตารางกิโลเมตร หรือ เกือบ 10% ของพื้นที่ป่าที่เราเคยมีในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ผู้เชี่ยวชาญวอนผู้นำโลกช่วยปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพบนโลกก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายเกินเยียวยา

งานวิจัยชิ้นนี้นำโดย ดร.เจมส์ วัตสัน จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ในออสเตรเลีย ที่เปรียบเทียบแผนที่ผืนป่าที่ยังบริสุทธิ์ไม่เคยถูกมนุษย์รบกวนทั่วโลกในปัจจุบันกับในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 พบว่า ปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าบริสุทธิ์ทั้งสิ้น 30.1 ล้านตารางกิโลเมตร หรือมีขนาดกว่า 1 ใน 5 ของแผ่นดินบนโลก

ทีมนักวิจัยบอกว่า แม้จะดูเหมือนว่าโลกยังมีพื้นที่ป่าบริสุทธิ์เหลืออยู่มาก แต่หากพิจารณาพื้นที่ป่าที่หายไปอย่างรวดเร็วถึง 3.3 ล้านตารางกิโลเมตรในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก โดยแถบที่ป่าหายไปมากที่สุดคือ ทวีปอเมริกาใต้ที่สูญเสียธรรมชาติอันบริสุทธิ์ไปถึง 30% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบลุ่มน้ำแอมะซอน ตามด้วยทวีปแอฟริกาที่พื้นที่ป่าหายไป 14% โดยเฉพาะในแถบตอนกลางทวีป

ส่วนพื้นที่ป่าบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ เอเชียเหนือ แอฟริกาเหนือ และออสเตรเลีย

ดร.วัตสัน เรียกร้องให้บรรดาผู้นำโลกหันมาสนใจเรื่องนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเร่งดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง ก่อนที่ระบบนิเวศของโลกจะถูกทำลายไปอย่างถาวร พร้อมเตือนว่า เหลือเวลาอีกเพียง 10-20 ปีก่อนที่ปัญหานี้จะสายเกินแก้

ภาพประกอบ : ผืนป่าแถบลุ่มน้ำแอมะซอนที่ถูกมนุษย์รุกล้ำ