ผู้หญิงยังเป็นคนกลุ่มน้อยในหมู่คนร่ำรวยที่สุดในสังคม

ผู้หญิงยังเป็นคนกลุ่มน้อยในหมู่คนร่ำรวยที่สุดในสังคม

รายงานผลการศึกษาของวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE) พบว่า ผู้มีฐานะร่ำรวยที่สุดในสหราชอาณาจักรและกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ขณะที่ผู้หญิงยังมีสัดส่วนอยู่น้อยมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมยุคปัจจุบันยังคงมี “เพดานแก้ว” หรืออุปสรรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่กีดกันผู้หญิงจากความร่ำรวยและความก้าวหน้าในการทำงานอยู่

รายงานฉบับนี้ได้มาจากการศึกษาข้อมูลจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่เป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เช่น สเปน เดนมาร์ก แคนาดา นิวซีแลนด์ อิตาลี ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร เนื่องจากในประเทศเหล่านี้ คู่สมรสมักแยกกันยื่นเสียภาษีเงินได้

ผลการศึกษาพบว่า สัดส่วนผู้หญิงที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มผู้มีฐานะร่ำรวยที่สุดในสังคมเพิ่มขึ้นน้อยมากในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลในปี 2013 พบว่า สหราชอาณาจักรมีผู้อยู่ในกลุ่มคนฐานะร่ำรวยที่สุด 53,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ในขณะที่ผู้หญิงมีสัดส่วนเพียง 9% เท่านั้น

รศ.อเลสซานดรา คาวาริโก หนึ่งในทีมผู้จัดทำรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันผู้หญิงจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำงานเป็นผู้บริหารองค์กร หรือนักธุรกิจ แต่ก็ยังมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้ชาย

ขณะที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ข้อมูลที่ได้ครั้งนี้น่าผิดหวังแต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้นั้นเป็นผลมาจากโครงสร้างและวัฒนธรรมในองค์กรที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหานี้เพื่อให้ผู้หญิงมีความก้าวหน้าในการทำงานได้อย่างเท่าเทียมกับผู้ชาย เช่น การให้ผู้หญิงสามารถทำงานแบบยืดหยุ่นและไม่เต็มเวลาได้ รวมทั้งให้ผู้ชายมีสิทธิลางานไปเลี้ยงดูบุตรโดยที่ยังได้รับเงินเดือนได้ เป็นต้น