ปลาแซลมอนจากฟาร์มมีปริมาณโอเมก้า-3 ลดลงครึ่งหนึ่ง

ปลาแซลมอนจากฟาร์มมีปริมาณโอเมก้า-3 ลดลงครึ่งหนึ่ง

ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยสเตอร์ลิง ในสกอตแลนด์ พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ปลาแซลมอนที่เลี้ยงในฟาร์มมีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า-3 ลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพราะผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มปลาแซลมอนเปลี่ยนไปใช้อาหารเลี้ยงปลาที่ทำให้ปลาแซลมอนผลิตโอเมก้า-3 น้อยลง

ศ.ดักลาส ทอเชอร์ หัวหน้าทีมวิจัย บอกกับบีบีซีว่า เมื่อ 5 ปีก่อนเนื้อปลาแซลมอนหนัก 130 กรัมจะให้กรดไขมันโอเมก้า-3 ถึง 3.5 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนบริโภคในหนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันกลับให้กรดไขมันชนิดนี้เพียง 1.75 กรัม ดังนั้นจึงทำให้ต้องรับประทานปลาแซลมอนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเพื่อให้ได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3 ในปริมาณที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ศ.ทอเชอร์ ชี้ว่า แม้ปลาแซลมอนจากฟาร์มจะให้โอเมก้า-3 น้อยลง แต่ปลาประเภทนี้ก็ยังคงเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพราะให้กรดไขมันชนิดนี้มากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ

ทีมนักวิจัยบอกว่า สาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้ประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนปรับเปลี่ยนสูตรอาหารที่ใช้เลี้ยงปลา จากเดิมที่มักใช้ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลากะตัก แต่ปัจจุบันได้ตัดลดการใช้อาหารจากปลาประเภทนี้ลงเพราะหลายฝ่ายเห็นว่ามีการจับปลากะตักมาทำเป็นอาหารปลามากเกินไป ทั้งที่ควรจะนำไปใช้เป็นอาหารสำหรับคน นอกจากนี้ การที่ธุรกิจฟาร์มเลี้ยงปลาแซลมอนขยายไปทั่วโลกก็ทำให้ประชากรปลากะตักลดลงด้วย

ทั้งนี้ โอเมก้า-3 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความสำคัญต่อร่างกายคนเรา ซึ่งหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมก็จะส่งผลดีต่อระบบสมองและสายตา พบมากในปลาทะเลที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาแฮร์ริ่ง ปลาซาร์ดีน และปลาเทราต์ รวมทั้งปลาน้ำจืด เช่น ปลาสวาย นอกจากนี้ยังพบในผักใบเขียว เช่น ผักโขม ผักเคล ถั่วเหลือง ถั่ววอลนัต ถั่วพีแคน และน้ำมันคาโนลา เป็นต้น#salmon #Omega-3

2016-10-09_224743