นาโตยืนยันไม่ต้องการเผชิญหน้ารัสเซีย เลี่ยงเกิดสงครามเย็นครั้งใหม่

นาโตยืนยันไม่ต้องการเผชิญหน้ารัสเซีย เลี่ยงเกิดสงครามเย็นครั้งใหม่

นายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยกับบีบีซีว่าประเทศสมาชิกนาโตจะเพิ่มกำลังทหาร 1,000 นายในประเทศโปแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ภายในปีหน้า โดยจะมีกองทัพของ 4 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา และเยอรมนี เป็นแกนนำปฏิบัติการทางทหารต่างๆ

รายงานข่าวระบุว่าแผนเพิ่มกำลังทหารนาโตเป็นผลจากที่รัสเซียมีความเคลื่อนไหวด้านอาวุธนิวเคลียร์บริเวณชายแดนที่ติดกับกลุ่มประเทศแถบบอลติก และคาดว่ามีทหารรัสเซียประจำการตามชายแดนติดกับประเทศดังกล่าว ราว 330,000 นาย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกนาโตและรัสเซียตกอยู่ในภาวะตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคสงครามเย็น ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป (EU) คว่ำบาตรรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อตอบโต้ที่รัสเซียเข้าไปแทรกแซงจนทำให้เกิดการแบ่งแยกดินแดนไครเมียออกจากยูเครน

ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นาโตยังได้แสดงความกังวลกรณีที่ขบวนเรือรบของรัสเซียจะพักเติมน้ำมันที่สเปน เพราะไม่เห็นด้วยที่ขบวนเรือรบรัสเซียจะมุ่งหน้าไปยังซีเรีย เพื่อเสริมกำลังแก่กองทัพรัสเซียและซีเรียซึ่งรวมกันต่อสู้กลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) โดยนาโตระบุว่ารัสเซียมีส่วนในการโจมตีทางอากาศซึ่งส่งผลกระทบต่อพลเรือนซีเรีย แต่รัฐบาลรัสเซียยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีพลเรือน และท่าทีดังกล่าวของนาโตทำให้รัสเซียถอนคำร้องขอพักเติมน้ำมันที่สเปน และมุ่งไปยังเมืองท่าแถบแอฟริกาเหนือแทน

อย่างไรก็ตาม นายสโตลเตนเบิร์กยืนยันว่านาโตไม่ต้องการเผชิญหน้ากับรัสเซีย ไม่ต้องการให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ และย้ำว่าการเพิ่มกำลังทหารนาโตเป็นการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่การยั่วยุ

2016-10-30_000107