เจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟป่าลามเข้าพรุโต๊ะแดง เสียหายแล้วกว่า 2,500 ไร่

2016-05-06_234006

เจ้าหน้าที่เร่งสกัดไฟป่าลามเข้าพรุโต๊ะแดง เสียหายแล้วกว่า 2,500 ไร่

หน่วยงานภาครัฐใน จ.นราธิวาสและพื้นที่ใกล้เคียงระดมกำลังควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำที่สำคัญของประเทศ ขณะที่นักวิชาการเผยไฟป่าเป็นปัญหาต่อเนื่อง เหตุเพราะมีการบุกรุกป่าพรุเพื่อปลูกสวนปาล์ม

วันนี้ (6 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานว่าเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ ร่วมกันวางมาตรการควบคุมไฟไหม้ป่าซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำบางนราและป่าพรุสิรินธร หรือพรุโต๊ะแดง โดยคาดว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายแล้วกว่า 2,500 ไร่นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนลุ่มน้ำบางนราแปลงที่ 2 เสียหายราว 90% ส่วนพื้นที่ทำกินของชาวบ้านและพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง รวมแล้วประมาณ 10%

สำหรับปฏิบัติการดับไฟไหม้ป่าได้ดำเนินการทั้งทางภาคพื้นดินและทางอากาศ มีการนำเฮลิคอปเตอร์ของ ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบินตักน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงไปโปรยน้ำดับไฟ โดยมี 2 จุดที่น่าเป็นห่วง คือ พื้นที่ป่าบ้านละหาน ม.4 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี และพื้นที่บ้านลูโบ๊ะซามา ม.8 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโกลก

นายนุกูล รัตนดากุล ที่ปรึกษาพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวกับบีบีซีไทยว่าไฟป่าในปีนี้อาจรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมาเนื่องจากความแห้งแล้ง ทั้งนี้ ไฟป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่มีผู้เข้าไปจับจองพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันใกล้พื้นที่ป่าพรุและป่าลุ่มน้ำ ทำให้มีการระบายน้ำออกจากป่าพรุจนพรุแห้ง ดินในป่าพรุที่เกิดจากซากไม้ทับถมกันจึงกลายเป็นเชื้อไฟอย่างดี และเมื่อเกิดไฟแล้วจะดับได้ยากมาก

นายนุกูล เสนอให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนนโยบายสนับสนุนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น สวนปาล์ม เพราะทำให้เกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งสัตว์ป่าและพรรณไม้

ทั้งนี้ ป่าพรุสิรินธรหรือพรุโต๊ะแดงถูกขนานนามว่าเป็นป่าพรุผืนสุดท้ายของเมืองไทย มีพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอ คือ ตากใบ สุไหงโกลก และสุไหงปาดี มีพื้นที่ประมาณ 120,000 ไร่ แต่ส่วนที่สมบูรณ์นั้นเหลือเพียง 50,000 ไร่ ‪#‎WildFire‬

(ดูวีดีโอ คลิกที่ภาพ)

Add Comment