Cornetto พลิกฝา พามันส์

baitonghang8

Atukkit Sawangsuk
Cornetto พลิกฝา พามันส์

ย้อนโพสต์บทความในข่าวหุ้นหน่อย การเมืองรูปตัว L อิง ดร.โกร่ง เศรษฐกิจรูปตัว L เพียงแต่การเมืองรูปตัว L นี่ยังไม่รู้ว่าลงถึงพื้นหรือยัง

การเมืองรูปตัว L อาจอธิบายได้ดีกว่าคำว่า คสช.อยู่ยาว คืออยู่อย่างไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถนำไปสู่ความสงบ อย่างที่บอกชาวบ้าน ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเอง คือสร้างระบอบอำนาจที่มั่นคงของชนชั้นนำ ไม่สามารถหาทางลง นอกจากใช้ ม.44 อยู่ไปเรื่อย (นี่ใช้กระทั่งห้ามนักเรียนตีกัน) รธน.ออกมาต่อให้มี 250 ส.ว.ค้ำรัฐบาลหุ่น ก็ไม่มีทางอยู่ได้

คสช.อยู่ยาวในการเมืองรูปตัว L คืออยู่ไปเหอะ แบบคืนวันศุกร์เป็นคืนประหยัดไฟ ด่าชาวบ้านไปเรื่อย กระทั่งไล่คนออกจากกรุงเทพฯ อยู่เพราะคนไม่มีทางเลือก แต่ก็อยู่แบบไม่รู้อนาคต ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าดวงชะตาตัวเองจะไปจบที่ไหน

00000

ใบตองแห้ง

ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร บรรยายหัวข้อ  “What NEXT? เศรษฐกิจตกต่ำ…หุบเหวนี้ลึกและกว้างเพียงใด“ ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยจะเป็นรูปตัว L ท่านมองโลกแง่ดีว่าขณะนี้ลงถึงพื้นแล้ว แต่ยังมองไม่เห็นว่าพื้นจะกระดกขึ้นได้ตอนไหน วิกฤติครั้งนี้ไม่หนักเหมือนต้มยำกุ้ง แต่จะยืดเยื้ออยู่ยาว 3-5 ปี

ผมเห็นด้วยทุกประการ ไม่มีข้อขัดแย้ง ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม นอกจากเรื่องการเมือง ซึ่งเอามาเปรียบเทียบได้ว่าเป็นตัว L เหมือนกัน เหมือนตอนที่ อ.โกร่งบอกว่า “อยู่ยาว” แล้วคนฟังหัวเราะครืน

การเมืองไทยก็เป็นรูปตัว L เพียงแต่ผมไม่มองโลกในแง่ดีว่าถึงพื้นแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอนาคตที่พื้นจะกระดกเมื่อไหร่ สถาบันการเงินอยู่ในกับดักสภาพคล่อง สถาบันทางการเมืองยิ่งอยู่ในกับดักที่เลวร้ายกว่า มองไม่เห็นว่าสังคมไทยจะไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร

นี่ไม่ว่าจะมีเลือกตั้งหรือไม่มีเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ไม่เห็นความสงบที่ยั่งยืน มีแต่ความสงบใต้กระบอกปืน

คสช.ซึ่งปกครองประเทศมา 2 ปีเศษ ไม่บรรลุเป้าหมายทางการเมืองแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับตืดลบ ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ มีแต่กลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ทุกวันนี้ใช้อำนาจควบคุมประเทศได้ แต่ไม่สามารถลงจากอำนาจได้

ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็น “ทางลง” เป็นเครื่องมือสถาปนาระเบียบอำนาจใหม่ ที่จะให้สถาบันกองทัพ ตุลาการ และรัฐราชการ คุมอำนาจไปอีก 20 ปี ถึงวันนี้มีแนวโน้ม 2 อย่างคือ ไม่ผ่านประชามติ หรือผ่านแบบไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะฝ่ายไม่รับถูกปิดปากไม่สามารถโต้แย้งแสดงเหตุผลได้ กรธ.ใช้กลไกรัฐชี้แจง “ข้อดี” ข้างเดียว

17 แกนนำพรรคเพื่อไทยโพสต์ “ไม่รับ” กรธ.หัวฟัดหัวเหวี่ยง ขณะที่ กกต.บอกว่าทำได้ ไม่ผิด พ.ร.บ.ประชามติ ถ้าผิดก็คือขัดคำสั่ง คสช.ห้ามพรรคการเมืองเคลื่อนไหว มีโทษร้ายแรงถึงยุบพรรค

นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกง ตอนแรกท่านผู้นำบอกว่าทำได้ พอตั้งจริงก็โมโหโกรธา อยากทำอะไรทำไป อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน แต่ท้ายที่สุด ท่านกลับคำพูดตัวเอง สั่งห้ามหมด ซ้ำจะไปไล่จับคนใส่เสื้อหรือโพสต์fb“ไม่รับ”

นั่นทั้งๆ ที่ กกต.ยืนยันว่าประชาชนสามารถใส่เสื้อหรือโพสต์fbรับ-ไม่รับ เช่นเดียวกับ กกต.ไม่เคยบอกว่าศูนย์ปราบโกงผิด พ.ร.บ.ประชามติ

สรุปคือ พ.ร.บ.ประชามติก็ถูกวิจารณ์ว่าปิดกั้นเสรีภาพอยู่แล้ว แต่อะไรที่ลอดช่องได้ ไม่ผิด พ.ร.บ.ประชามติ คสช.ก็ใช้อำนาจห้ามเอาดื้อๆ

แล้วอย่างนี้จะถือเป็นการทำประชามติได้อย่างไร แล้วอย่างนี้จะไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างไร มองข้ามช็อต รัฐบาลใหม่อาจออกมาตามต้องการ เพราะมี 250 ส.ว.แต่งตั้งเป็นเสาค้ำในสภา แต่ถามหน่อยว่าจะปกครองประเทศได้อย่างไรในเมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่มี ม.44 ให้ใช้แล้ว

ลงจากอำนาจไม่ได้หรอกครับ ต่อให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็ยังต้องลากถูกันไปอย่างนี้ก่อน เพราะมีช่องให้ถ่างอยู่แล้ว

คสช.ยังต้องอยู่ยาว ในการเมืองรูปตัว L แต่ไม่ใช่อยู่ยาวอย่างประชาชนนิยมชมชอบ หากอยู่ไปแบบคืนวันศุกร์ประหยัดไฟ เพียงเพราะประชาชนไม่มีทางเลือก โดยยังไม่เห็นจุดสุดท้ายว่าจะเกิดอะไรกับประเทศ กับประชาชน และกับ คสช.เอง

การเมืองแบบนี้แหละที่มันไปซ้ำเติมเศรษฐกิจตัว L

 

source :- FB Atukkit Sawangsuk & http://www.kaohoon.com/online/content/view/41364