“ไล่จับทัวร์ศูนย์เหรียญ วิกฤตนักท่องเที่ยวจากจีน”

“ไล่จับทัวร์ศูนย์เหรียญ วิกฤตนักท่องเที่ยวจากจีน”
สังศิต พิริยะรังสรรค์
http://www.isranews.org/isra-n…/item/49920-chaina_49920.html

เชียร์สังศิตหน่อย

“…3) การกล่าวหาว่าเป็นพวกอั้งยี่ ผมคิดว่าการดูพฤติกรรมการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้จะเป็นการตอบคำถามว่าเขาเป็นพวกกลุ่มอิทธิพลใช้ความรุนแรงในการทำธุรกิจหรือไม่ เจ้าของบริษัททัวร์โอเอเคยเข้าอบรมหลักสูตร วปอ. และอีกหลายสถาบัน การดูว่าบริษัทมีรถทัวร์จำนวนมาก ทางราชการสามารถตรวจสอบการขอสินเชื่อจากธนาคารได้ว่ามีอยู่หรือไม่ อย่างไร

4) ควรมีการตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลังของบริษัทเหล่านี้ว่าได้เสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะถ้าไม่เสียภาษีหรือหลีกเลี่ยงการชำระภาษีจึงสมควรกับข้อหาว่าเป็นอั้งยี่….”

สังศิตเขียนเรื่องนี้ เสี่ยงที่จะโดนหาว่าเข้าข้าง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” แต่ผมว่าเป็นเรื่องดี แม้ไม่เห็นด้วยเสียหมด เพราะผมก็มีประเด็นกังขาเหมือนกัน (ผมตะหงิดๆ ตั้งแต่การตั้งข้อหาอั้งยี่แล้ว)

ในประเด็นของผม ผมอาจเชื่อว่าทำผิดจริง แต่ก็เป็นความผิดหลอกลวงฉ้อโกง ว่าไปตามกรณี ไม่ใช่เหวี่ยงข้อหาอั้งยี่ แล้วก็ยึดอายัดทรัพย์

ย้อนดูข่าวยึดทรัพย์ OA Transport ที่นี่นะครับ

http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx…

สรุปคือมีบริษัททัวร์จีน 2 แห่ง มาเช่ารถ OA ฟรีแต่มีเงื่อนไขให้พาทัวร์ไปซื้อของๆ บริษัทแล้วแบ่ง % กัน เอาละฟังเหมือนผิด แต่พอคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง.ยึดอายัดทรัพย์ ก็ยึดของ 2 บริษัทแรก 28+3.1 ล้านบาท แต่ที่ยึดของ OA ได้แก่

“เงินฝากในบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้องกับบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต รวม 2,247 รายการ แบ่งเป็นเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร 92 บัญชี เป็นเงิน 4,200 ล้านบาท และรถบัสโดยสารจำนวน 2,155 คัน มูลค่า 9,000 ล้านบาท รวมทรัพย์สินทั้งหมด 2,274 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 13,000 ล้านบาท”

ทั้งหมดนี่คือทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิดหรือได้มาจากทัวร์ศูนย์เหรียญทั้งหมดหรือครับ OA นี่มันไม่ได้ทำธุรกิจปกติเลยหรือ แต่ที่เราเห็นๆ รถบัส OA วิ่งรับส่งนักเรียน พนักงาน หรือกระทั่งข้าราชการ รัฐวิสากิจ ก็ถมไป

คือการยึดอายัดของคณะกรรมการธุรกรรม กฎหมาย ปปง.ให้อำนาจ ทั้งที่ยังเพิ่งตั้งข้อหา อัยการยังไม่ส่งฟ้องเลย ศาลยังไม่ตัดสินว่าผิดจริง การยึดอายัดทำไปเผื่อไว้กรณีที่ศาลสั่งยึดทรัพย์ จะได้ไม่สามารถโยกย้ายหลบหนี

ที่ผ่านมา ใช้ในกรณีผู้ค้ายาเสพย์ติด มันก็เหมือนเป็นธรรม ถ้ามองว่าได้ทรัพย์สินจากการค้ายา ไม่ได้ทำมาหากินอย่างอื่นเลย (แต่กรณีที่คนในครอบครัวเขาทำอาชีพอื่น แล้ว ปปง.ยึดกระทั่งตู้เย็นไม่เหลืออะไรให้ดำรงชีวิตเลย ผลักให้เป็นโจรทั้งบ้าน ก็มีมาแล้ว)

ในกรณีของ OA ผมว่านี่เป็นการอายัดทรัพย์แบบเกินสมควรแก่เหตุ ถ้าเขาทำผิด ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2 บริษัท ก็น่าจะถูกปรับถูกยึดในส่วนที่ทำผิด (ทั้งกรณีนี้และถ้าสืบพบต่อไปว่ามีการทำผิดอีก) แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด 13,000 ล้านที่น่าจะมาจากการทำมาหากินปกติเป็นส่วนใหญ่

ที่สำคัญคือการยึดอายัดแบบนี้ เท่ากับยังไม่ต้องรอศาลตัดสินว่าผิด-ไม่ผิด บริษัทล้มละลายก่อน เพราะรถทัวร์ 2,155 คันวิ่งไม่ได้เลย บัญชีสั่งจ่ายไม่ได้ ค่าจ้างคน ค่าซ่อมรถ ฯลฯ สินเชื่อธนาคาร ธุรกิจฉิบหายวายป่วงหมด พนักงาน คนขับรถ ที่น่าจะมี 2-3 พัน จะทำไง ตกงานหมดใช่ไหม

ประเทศไทยชอบให้อำนาจล้นฟ้ากับองค์กรแบบนี้ ปปง.ปปช. สตง. องค์กรอิสระ ศาลชั้นเดียว ม.44 ทั้งที่มันเป็นอำนาจแบบดาบสองคม ถ้าใช้ฉ้อฉลก็ทำได้ง่ายมาก

อิศราก็เพิ่งลงข่าวเรื่อง ผอ.ปปง.ตบทรัพย์ แน่ใจนะว่ามีคดีเดียว

ป.ป.ช.โชว์ข้อมูล ผอ.ปปง.เรียก20ล. ช่วยคดี สกสค. หลังโดนม.44 – เจ้าตัวขอเคลียร์’บิ๊กต๊อก’
http://www.isranews.org/isranews-…/…/49858-news03_49858.html

2016-09-12_004939