เร่งภาครัฐแก้ปัญหาร้านค้าขายสุราให้เยาวชน

กลุ่มรณรงค์งดเหล้าชี้ กรณีทำร้ายชายขาพิการเสียชีวิตเตือนให้เห็นปัญหาใหญ่สิ่งของมึนเมาส่งผลให้ก่ออาชญากรรม เร่งภาครัฐแก้ปัญหาร้านค้าขายสุราให้เยาวชน

หลังเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นชายจำนวน 6 คน ใช้อาวุธมีดรุมทำร้ายร่างกายชายขาพิการจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งหมดรับสารภาพว่าทำไปเพราะเมาสุราขาดสติ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจและคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายชัดเจนในการเข้มงวดเรื่องการขายสุราให้เด็กและเยาวชน

นายสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เปิดเผยว่า เวลาที่เกิดคดีรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจมักพุ่งเป้าไปที่ผู้ก่อเหตุหรือคนที่ดื่มสุรา แต่มีน้อยมากที่จะพูดถึงสาเหตุ คือการจำหน่ายสุราให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 29 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เอาผิดกับผู้ละเมิดกฏหมายอย่างเคร่งครัด

“เจ้าของคดีในพื้นที่ต้องสาวไปให้ถึงแล้วใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเอาผิดให้ครบทุกคดีเพื่อเป็นแบบอย่างมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งคสช. ควรมีนโยบายที่เข้มงวดเรื่องผลกระทบที่เกิดจากสุรา โดยเฉพาะการขายสุราให้เด็กเยาวชน” นายสงกรานต์ กล่าว

ผู้อำนวยการสคล.เผยกับบีบีซีไทยอีกว่า สถานการณ์นักดื่มหน้าใหม่ในไทยยังน่าเป็นห่วง เพราะจากผลวิจัยของศูนย์วิจัยปัญหาสุราพบว่า กว่าร้อยละ 80 ของเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปียังสามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อยู่ เท่ากับว่าไม่มีการปฏิบัติตามกฏหมาย อีกทั้งยังไม่มีมาตรการคุ้มเข้มให้ร้านค้าตรวจบัตรประชาชนผู้ซื้ออย่างเคร่งครัด จึงอาจส่งผลให้เยาวชนมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่พบว่า เยาวชนผู้ก่อคดีเกินครึ่ง ก่อเหตุในขณะที่ดื่มหรือหลังการดื่มสุราเล็กน้อย

ส่วนในเรื่องของคดีการทำร้ายคนจนเสียชีวิตและอ้างเหตุมึนเมาดังกล่าวนั้น ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า หลังจากที่เป็นข่าวเหตุการณ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่วัยรุ่น 6 คนมีเรื่องราวกับนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 36 ปี และฝ่ายหลังถูกทำร้ายจนเสียชีวิต ผลการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า จำนวนสี่คนเป็นลูกของตำรวจ ยิ่งทำให้กลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียแสดงความไม่พอใจเรียกร้องให้ดำเนินอย่างเข้มงวด ในขณะที่กลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหายังโพสต์ข้อความข่มขู่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางโซเชียลมีเดีย

อีกด้านหนึ่ง เมื่อวานนี้ 6 พ.ค. นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความของญาติของผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ปกฉัตร สงวนแวว รอง สว. (สอบสวน) สน.โชคชัย เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ “C’Gamez Chadade” ข้อหาหมิ่นประมาทและข้อหาข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว และเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเพื่อให้เพื่อนของผู้ต้องหาเข้าให้ปากคำ

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องความปลอดภัยให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดเบื้องต้นแจ้งข้อหาหลักคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ นอกจากนั้นผู้ต้องหาสองคนยังเจอข้อหาบุกรุกเคหะสถานเพิ่มด้วย

Add Comment