สุชาติ สวัสดิ์ศรี พูดถึงสุธี

พี่ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ในฐานะประธานกรรมการรางวัลมนัส เศียรสิงห์ พูดถึงสุธี เมื่อแชร์โพสต์ของ Sinsawat Yodbangtoey ขอก๊อปมาเผยแพร่ให้อ่านกัน

00000

ข่าวจาก “มติชนออนไลน์” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ หนึ่งในศิลปินที่มีงานแสดงในนิทรรศการที่กวางจู ได้กล่าวพาดพิงถึง “รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ( แดง )” มีข้อความตอนหนึ่งว่า

“..บางงานผมก็ไปอยู่ในซีกฝ่ายซ้าย เขาก็เชิญผมไปแสดง รางวัลนี้เขาก็ให้ผมมา รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ( แดง ) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2549 ศิลปินทัศนศิลป์ดีเด่นด้านสันติภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม จากสถาบันปรีดี พนมยงค์ แม้ว่าจะมีกรรมการที่เคยให้รางวัลผมออกมาโจมตีผมเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ว่าผมเป็นศิลปินต่อต้านประชาธิปไตย ..”

ผมอยากจะตอบในฐานะที่ถูกพาดพิง ” ..มีกรรมการที่เคยให้รางวัลผมออกมาโจมตีผม..” รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ( แดง ) เมื่อปี 2549 นั้น ผมไม่ได้เป็นหนึ่งในกรรมการเท่านั้น ในปีนั้นผมเป็น ” ประธานกรรมการ” ในการตัดสินเองเลยด้วยซํ้า และจากผลงาน ” ห้องเรียนประวัติศาสตร์” ของ รศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ ก็ทำให้คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ มอบรางวัลนี้ให้ เมื่อเทียบกับผลงานของศิลปินคนอื่นๆที่มีผู้ส่งเข้ามาให้พิจารณา ( เช่นผลงานภาพถ่ายของ มานิต ศรีวานิชภูมิ )

คุณสินธ์สวัสดิ์ ยอดบางเตย ในฐานะกรรมการและเลขานุการ “รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ( แดง)” ในปีนั้น ได้ตอบให้รายละเอียดเกี่ยวกับรางวัลนี้ ( จัดขึ้นโดยฝ่ายวัฒนธรรม สถาบันปรีดี พนมยงค์ ) มา ณ ที่นี้แล้ว

อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน แต่ปัจจุบันก็สามารถทำให้อดีตมัวหมองได้ ส่วนอนาคตผมไม่ทราบ ที่มีบางคนเสนอมาว่า ” ให้ถอนการให้รางวัลนี้เสีย ” ผมขอยืนยันว่าไม่อาจทำได้ เราจะไป “ลบอดีต” หาได้ไม่ และอย่างน้อยผลงาน ” ห้องเรียนประวัติศาสตร์” และผลงานอื่นๆ ก่อนหน้าที่ศิลปิน ท่านนี้จะเข้าร่วม “เป่านกหวีด” Bangkok Shutdown – Thailand Uprising ก็มีความสำคัญในตัวของมันเอง เราจะไปลบประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเขาหาได้ไม่

เสียดายที่เขาเปลี่ยนไป ไม่เข้าใจหลักการและจุดยืนที่ถูกต้องของคำว่า “ประชาธิปไตย” ให้ชัดเจน ไปรวมกับขบวน anti – democratic ” ปฎิรูปก่อนเลือกตั้ง ” จนเหมือนเป็นการสมรู้ร่วมคิดที่นำไปสู่การทำรัฐประหารของ คสช.ได้อย่างไร และก็มีกวี นักเขียน ศิลปิน นักวิชาการ ครูบาอาจารย์อีกหลายๆคนที่ “อดีตอันงดงาม” ของพวกเขาต้องมีอันเป็นไป เพราะความเข้าใจผิดในเรื่องหลักการและจุดยืน แล้วยังดันทุรัง และไม่เข้าใจคำว่า “สำนึกพลาด”

อีกประการหนึ่ง เรื่องการนำผลงานไปแสดงที่กวางจูนั้นก็น่าจะเป็นเพราะความไม่รอบคอบของภัณฑารักษ์ประจำงานนิทรรศการครั้งนี้จากเกาหลีใต้เองด้วย ที่ไม่เข้าใจความต่อเนื่องของ “ประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย” ในบ้านเรา เรื่องนี้ถือเป็นความผิดพลาดของภัณฑรักษ์ที่กวางจูเสียยิงกว่าความอหังการ์ของศิลปินที่ชื่อ สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่เขาก็ “เลือกข้าง” ที่จะดันทุรังของเขาเอง

ให้เขาไปเถอะครับ “รางวัลมนัส เศียรสิงห์ ( แดง )” ประจำปี พ.ศ.2549 – ศิลปินทัศนศิลป์ดีเด่น ด้าน ” สันติภาพ ประชาธิปไตย และความเป็นธรรม” ต่อไปในอนาคตเขาอาจจะเข้าใจถ้อยคำทั้งสามคำนี้ก็เป็นได้ และวันหนึ่งเมื่อเขา “สำนึกพลาด” เราก็ต้องเหลือพื้นที่ว่างไว้ให้เขาด้วย

ก็หวังไว้เท่านั้น แต่มันอาจสายเกินไปแล้วก็ได้

 

Add Comment