รายงานองค์กรพิทักษ์สัตว์เผย ชาวเอเชียรวมทั้งคนไทย พัวพันขบวนการค้างาช้างเถื่อนในแอฟริกา

2016-07-07_220520

รายงานองค์กรพิทักษ์สัตว์เผย ชาวเอเชียรวมทั้งคนไทย พัวพันขบวนการค้างาช้างเถื่อนในแอฟริกา

นายทอม มิลลิเคน นักวิจัยจาก Traffic องค์กรระหว่างประเทศด้านการพิทักษ์สัตว์ป่า เผยแพร่รายงานการสอบสวนขบวนการค้างาช้างเถื่อน ซึ่งพัวพันกับเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติทั้งในทวีปแอฟริกาและเอเชียตะวันออก ซึ่งทำให้แต่ละปีมีช้างป่าถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก

รายงานขององค์กร Traffic บ่งชี้ว่าจีนและเวียดนามเป็นประเทศปลายทางและเป็นตลาดขนาดใหญ่ในการซื้อขายงาช้างเถื่อน ซึ่งงาช้างมักถูกแปรรูปเป็นกำไล ตะเกียบ หรือตราประทับ โดยที่ผ่านมามีชาวจีน เวียดนาม ไทย และเกาหลีเหนือ ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องหาคดีค้างาช้างเถื่อน พร้อมด้วยของกลางเป็นจำนวนมาก โดยมีจำนวนคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด 61 คดีช่วงปี 2554-2557 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2541-2549 ที่มีเพียง 32 คดี

นายมิลลิเคน ระบุว่า ขบวนการค้างาช้างเถื่อนในเอเชียและแอฟริกาเกี่ยวพันกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและนักธุรกิจในแต่ละประเทศ เพราะกลุ่มอาชญากรขนาดเล็กไม่สามารถขนย้ายสินค้าเถื่อนครั้งละหลายตันได้โดยไม่ถูกตรวจสอบหรือมีผู้พบเห็น และเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ฝังตัวอยู่ในหลายประเทศแถบแอฟริกา โดยจากการตรวจดีเอ็นเองาช้างที่ยึดได้เมื่อปี 2557 พบว่ามาจากหลายประเทศในภูมิภาค และ 87% ของงาช้างเถื่อนถูกยึดได้ที่เอธิโอเปีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางเส้นทางการบินเชื่อมต่อระหว่างแอฟริกากับเอเชีย ขณะที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็นชาวจีน

นอกจากนี้ ความต้องการงาช้างเถื่อนในตลาดเอเชีย ทำให้การล้มช้างในประเทศแถบแอฟริกาทวีความรุนแรงขึ้น ในแต่ละปีมีช้างถูกฆ่ามากกว่า 30,000 ตัวในแองโกลา, คองโก, ไอวอรีโคสต์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, โมซัมบิก, ไนจีเรีย, แอฟริกาใต้ และซิมบับเว

รายงานของ Traffic ระบุด้วยว่า การสอบสวนและเปิดโปงขบวนการค้างาช้างเถื่อนข้ามชาติเป็นไปได้ยาก เพราะผู้ต้องหาและหลักฐานต่าง ๆ ที่ยึดได้จากคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ ล้วนเป็นภาษาต่างประเทศที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญในประเทศแถบแอฟริกาอ่านออก

รายงานฉบับนี้จะถูกนำไปเสนอต่อที่ประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ที่จะจัดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้ช่วงเดือน ก.ย.นี้