ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กรำลึก 2 ปีรัฐประหาร ขอให้เป็น 2 ปีที่ไม่สูญเปล่า

2016-05-22_213853

ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กรำลึก 2 ปีรัฐประหาร ขอให้เป็น 2 ปีที่ไม่สูญเปล่า ขณะที่นิด้าโพลเผยประชาชนสุขเท่าเดิม แต่ผลงาน คสช.ยังไม่เด่นชัดเป็นรูปธรรม

วันนี้ (22 พ.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เนื่องในวันครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร โดยระบุว่าแท้จริงแล้ว อำนาจ สิทธิและเสรีภาพของประชาชนต่างหากที่ถูกลิดรอน โดย คสช.ให้เหตุผลว่า รัฐบาลของตนทำงานไม่ได้ จึงเข้ามายึดอำนาจ เพื่อให้เกิดความสามัคคีปรองดอง สร้างความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย และเพื่อต้องการปฏิรูปประเทศ ตนจึงได้แต่หวังว่า คสช. คงจะไม่ลืมสัญญา และขอฝากคำถามว่า ความสามัคคีปรองดอง สร้างความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย ได้เกิดขึ้นในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า

นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังเสนอให้ คสช.ต้องเร่งรัดในการปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตามโรดแมปที่ได้สัญญาไว้ เพราะประชาชนกำลังจะเผชิญกับความยากลำบาก จากปัญหาปากท้อง ความยากจน รวมถึงปัญหา สังคม ยาเสพติดที่กำลังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จึงอยากให้เร่งคืนความสุข คืนอำนาจ สิทธิ อิสรภาพ และเสรีภาพ รวมทั้งแก้ไขความขัดแย้งแทนการคืนความสุขบนความอึดอัดด้วยการกดไว้ เพราะจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่มากกว่า เพื่อให้ประชาชนนั้นได้มีโอกาสเลือกหนทางชีวิตด้วยตัวของเขาเอง และจะทำให้สองปีที่ผ่านมาเป็นสองปีที่ไม่สูญเปล่า

ขณะเดียวกัน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “2 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ซึ่งทำการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 1,250 คนระหว่างวันที่ 17-18 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.28 ระบุมีความสุขเท่าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ยังต้องการได้รับการแก้ไขอยู่ บางอย่างก็ดีขึ้นแต่บางอย่างก็แย่ลง ผลงานยังไม่เห็นเด่นชัดเป็นรูปธรรม การบริหารงานยังไม่ทั่วถึง และแก้ไขไม่ตรงจุด และบางนโยบายของ คสช. ไม่ได้มีผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน

ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 37.68 ระบุว่า มีความสุขเพิ่มขึ้น เพราะบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่วุ่นวาย ไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการชุมนุม การแบ่งพรรคแบ่งพวก ประชาชนไม่เครียด รู้สึกปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายบางข้อที่เข้มงวดมากขึ้น และเห็นว่า คสช. ทำงานรวดเร็ว และประสานงานกับรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ การสานต่อนโยบายต่าง ๆ มีความต่อเนื่องและรวดเร็ว เช่น การคมนาคม

ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่ระบุว่า มีความสุขลดลง คิดเป็นร้อยละ 18.24 โดยระบุว่าเพราะเศรษฐกิจไม่ดี ข้าวของแพงขึ้น รายรับไม่พอกับรายจ่าย เกษตรกรลำบาก โดยเฉพาะราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำลง ประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ และการทำงานบางครั้งมีการใช้ระบบทางทหารและอำนาจทางการเมืองมากเกินไป เช่น การจำกัดสิทธิเสรีภาพในแสดงออกทางความคิดเห็น ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ส่งผลต่อการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศ

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ “1 ปี คสช. กับการคืนความสุขให้คนในชาติ” ที่ทำการสำรวจเมื่อปี 2558 พบว่าผู้ที่มีความสุขเพิ่มขึ้น มีสัดส่วนลดลง (จากเดิม ร้อยละ 49.44) ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่มีความสุขเท่าเดิม มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (จากเดิม ร้อยละ 40.72) เช่นเดียวกับผู้ที่มีความสุขลดลง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (จากเดิมร้อยละ 18.24)

(ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ)

 

Add Comment