“ผมรับผิดชอบเอง”คำพูดเหลวไหล “ศิโรตม์”อัดภาวะผู้นำที่ชวนให้คนไทยมองท้ายแถว

“ผมรับผิดชอบเอง”คำพูดเหลวไหล “ศิโรตม์”อัดภาวะผู้นำที่ชวนให้คนไทยมองท้ายแถว ถามหาความรับผิดชอบคนทำส่งออกติดลบ 8%

เข้าปีที่สองแล้วที่ได้ยินคนพูดซ้ำๆซากๆ ว่ามีปัญหาอะไรผมรับผิดชอบหมด และสองปีแล้วเหมือนกันที่เห็นปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นโดยไม่มีใครรับผิดชอบเลย เรื่องเศรษฐกิจก็เอาแต่พูดซ้ำซากว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี รัฐบาลอื่นทำเศรษฐกิจแย่กว่า ไม่รู้หรือว่าแค่สองประโยคนี้ก็สะท้อนวิสัยทัศน์ผู้นำที่มีปัญหาออกมา
.
เอาตรงเศรษฐกิจโลกไม่ดี ถ้าในแง่ข้อเท็จจริงก็คือเศรษฐกิจโลกไม่ดีจริง แต่ข้อเท็จจริงอีกเรื่อง คือหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนเขามีการเติบโตดีกว่าเรา ไม่ต้องมาเถียงหรอกว่าเราดีกว่าหนึ่งหรือสองประเทศ พูดให้ครบดีกว่าว่าเราแย่กว่าห้าหรือหกประเทศที่อยู่แถวเดียวกัน
.
เฉพาะเรื่องแบบนี้ ผู้นำดีๆ รัฐบาลที่มี่มีวิสัยทัศน์ต้องตั้งเป้าสูงเพื่อทำตามเป้าให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่มองเป้าต่ำแล้วบอกว่ามีคนด้อยกว่าเราอีกเยอะ ผู้นำต้องเชื่อมั่นตัวเองและทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าไปข้างหน้าแล้วจะดีขึ้น ความเป็นผู้นำคือเรื่องนี้ ไม่ใช่ชวนคนมองท้ายแถวแล้วบอกว่าบุญแล้วที่ไม่ท้ายแถว
.
คำว่ามีอะไรผมรับผิดชอบเองเป็นคำพูดที่เหลวไหลมาก เพราะระบบที่เป็นอยู่มันไม่มีกลไกให้ตรวจสอบว่าผิด รวมทั้งไม่มีกลไกให้รับผิดชอบ ถ้าระบบปกติยังมีความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออก ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ หรือถูกสภาตรวจสอบด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ระบบตอนนี้ไม่มีกลไกตรวจสอบอะไรเลย สื่อทำงานไม่ได้ สภาเป็นพวกเดียวกัน องค์กรอิสระทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ แล้วจะตรวจสอบกันอย่างไร
.
เอาตัวเลขส่งออกมาให้ดูอีกครั้งว่าประเทศนี้และประชาชนในประเทศนี้ควรได้อะไรที่ดีกว่านี้ ยอดส่งออก -8 หมายถึงเงินจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม -8 , เกษตรกรรม -2.8, ข้าว -11.5, น้ำตาล -11.8 , ผลิตภัณฑ์ยาง -20, เครื่องใช้ไฟฟ้า -6.6
.
ถ้าคิดเป็นตัวเงิน ยอดส่งออกปีนี้แปลว่าเงินภาคส่งออกอุตสาหกรรมหายไป 3,580 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 130,000 ล้านบาท เงินภาคส่งออกสินค้าเกษตรหายไป 381 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 13,563 ล้านบาท , เงินส่งออกข้าวหายไป 116 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4,130 ล้านบาท และเงินภาคอุตสาหกรรมหายไป 3,160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 112,500 ล้านบาท
.
พูดเฉพาะเรื่องตัวเงินอย่างเดียวก็เห็นปัญหาแล้ว แต่นอกจากเรื่องตัวเงินล่ะ ข้าวขายลดลงแบบนี้ ราคาข้าวจะเป็นอย่างไร สินค้าอุตสาหกรรมขายไม่ได้แบบนี้ ความมั่นคงในการทำงานของประชาชนจะเสียไปแค่ไหน เงินที่ควรหมุนเข้าระบบเศรษฐกิจหายไปเท่าไร แล้วสิ้นปีจะเอาอะไรให้เชื่อว่าส่งออกประเทศนี้จะโต เงินจะเข้าประเทศมากขึ้น คนจะมีเงินมากขึ้น และประชาชนจะได้สิ่งที่เขาควรได้จากประเทศจริงๆ
.
ใครจะรับผิดชอบกับเรื่องแบบนี้? นานแค่ไหนที่จะมีคนรับผิดชอบ? ประเทศได้อะไรจากคนทำงานที่ทำให้เกิดผลแบบนี้? มันเป็นธรรมกับประชาชนในประเทศตรงไหนที่พวกเขาต้องอยู่แบบยากจนและกลัวปัญหาปากท้องอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
.
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
นักวิชาการอิสระ
ที่มา เฟซบุ๊ก Sirote Klampaiboon (ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์)
27 พ.ค.2559

Add Comment