บทสรุปของชัยชนะที่ได้มาเพียงเพราะปลุกความเกลียดกลัว

a_655

Atukkit Sawangsuk

และแล้ว “ชายหมู” ที่คนกรุงเลือกมาถล่มทลายเพียงเพราะไม่ต้องการให้ “เผด็จการทักษิณ” (คำของ ส.ศิวรักษ์ตอนนั้น) ยึดประเทศไทย ก็พุ่งชนอุโมงค์ไฟ ซ้ำร้ายโดนพวกเดียวกันยุให้ใช้ ม.44

บทสรุปของชัยชนะที่ได้มาเพียงเพราะปลุกความเกลียดกลัว

ปชป. Vs สุขุมพันธ์ เขาว่าคนละขั้ว แต่ช่างเถอะ จะขั้วไหนก็ไม่มีทางไป ไม่มีอนาคต ปชป.แทงกั๊ก ไม่รับคำถามพ่วง ไม่เห็นด้วยร่าง รธน.แต่ไม่ยักบอกรับไม่รับ ตอนนี้ก็บอกไม่ได้แล้ว เดี๋ยวโดนจับ องอาจเที่ยวเรียกร้องเสรีภาพความคิดเห็น แต่พอยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้เปิดช่องความเห็นต่าง บุญยอดก็มาอัด

จะอยู่ตรงไหนก็ไม่ชัด ครึ่งๆ กั๊กๆ เป็นประชาธิปไตยก็ไม่เป็น เห็นใครเรียกร้องประชาธิปไตยผลักไสเป็นพวกเพื่อไทย เหยียบย่ำซ้ำเติม

จะเป็นสมุนเผด็จการไปซะก็ไม่ด้านพอ ยังอยากหล่อ ถามจริง ยังเหลือใครนิยม แม้แต่พวกสลิ่มก็เบื่อหน่ายมานาน เลือกเพียงเพราะเกลียดทักษิณ ตอนนี้เรอะ สลิ่มเห็นประยุทธ์เป็นขวัญใจไม่มีใครแยแสอภิสิทธิ์แล้ว

ถ้ามีเลือกตั้ง มีนายกฯ คนนอก ปชป.จะไปอยู่ตรงไหน จะร่วมรัฐบาลก็ต้องเอาปี๊บคลุมหัวเพราะบอกไม่รับคำถามพ่วง

ไม่ต่างกับ ปชป.คือพวก พธม.ผู้มีอุดมคติสุดโต่ง ไม่เคยพอใจใคร ไม่ถึงจุดสปัสซั่มซักที ตอนนี้ก็ยัวะเรื่อง ปปช.จะถอนฟ้องคดี 7 ตุลา ขู่ฟ่อๆ รัฐบาลทหารจะถึงอวสาน ถามจริง พันธมิตรเหลือน้ำยาซักเท่าไหร่ ก็แค่เตะหมูใส่ปากทหาร หลังปิดสนามบินก็ตกต่ำ ไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ม็อบไล่ยิ่งลักษณ์ก็เป็นได้แค่ทัพหน้าม้าใช้ของกำนัน ดาราเซเลบส์ไปร้องรำทำเพลงอยู่เวทีใหญ่ ไอ้พวก คปท.ก็บุกไปเรื่อย เสี่ยงเจ็บเสี่ยงตายเสี่ยงโดนคดี มาถึงวันนี้ พวกสลิ่มนกหวีดยังเอาซะที่ไหน ให้เลือกระหว่างประยุทธ์กับสนธิ ลิ้ม พวก กปปส.บางคนยังย้อนถาม “่ใครวะ สนธิ”

000000

อนิจจัง พธม.ปชป.

ใบตองแห้ง

และแล้ว “ชายหมู” ผู้ซึ่งคนดีเด่นดังทั้งหลาย รณรงค์ให้คนกรุงเลือก 1.25 ล้านเสียง เพื่อต่อต้าน “เผด็จการทักษิณ” ยึดประเทศไทย ก็โดนสตง.กล่าวหาว่าอาจทุจริตอุโมงค์ไฟ ผิดจริงไหมยังไม่รู้ รู้แต่อดีตส.ส.ปชป.ร้องขอ ม.44 ปลดทันใด

ยืนอยู่บนภูดูแล้วก็ขำดี พรรคประชาธิปัตย์มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร สื่อหลายสำนักวิเคราะห์ เป็นศึกสายเลือด 2 ขั้ว หัวหน้า Vs กำนัน ไม่รู้จริงไหม

ความขัดแย้งภายในยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าจุดยืน ท่าทีทางการเมือง และอนาคตจะเอาอย่างไร พรรคเก่าแก่ 70 ปียังมีอนาคตไหม หรือจะหากินกับ “ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” อยู่ร่ำไป โดยไม่มีท่าทีชัดเจนจะเอาอย่างไรกับ “ประชาธิปไตย”

ใช่เลย พรรคประชาธิปัตย์ประกาศไม่รับคำถามพ่วง แต่ยังกั๊กๆ “ไม่เห็นด้วย” ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคงต้องกั๊ก ตลอดไป เพราะพ.ร.บ.ประชามติบังคับใช้แล้ว

ในแง่ท่าที แม้ องอาจ คล้ามไพบูลย์ เรียกร้องประชามติเปิดกว้าง ให้เสรีภาพแสดงความคิดเห็น แต่พอยิ่งลักษณ์ ติงนายกฯ อย่าออกคำสั่งเป็นกฎหมายใช้บังคับคนเห็นต่าง บุญยอด สุขถิ่นไทย ก็ตอกว่าเป็น “สิ่งชำรุดทางการเมือง”

เปล่า ไม่ได้บอกให้จูบปากกัน จะโจมตีกันเรื่องทั่วไป ก็เป็นธรรมชาติวิสัยพรรคการเมือง แต่ไม่ใช่ตัวเองเรียกร้องเสรีภาพ แล้วยุให้คสช.จัดการนักการเมืองอีกข้าง เรื่อยไปจนนักศึกษา นักวิชาการ ที่เรียกร้องประชาธิปไตย

พรรคประชาธิปัตย์ยังมีอนาคตไหม มองไปก็ตลก ยังไม่ตระหนักในชะตากรรม หลังหากินกับความเกลียดชังทักษิณมาสิบกว่าปี ได้เป็นรัฐบาลเพราะศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ เพราะคนกลัวทักษิณมากกว่า ถามจริงว่าวันนี้คนชั้นกลางในเมืองยังนิยม ปชป.อยู่ไหม ไม่ใช่เลย “ลุงตู่” เอาไปกินหมดแล้ว

ถ้ารัฐธรรมนูญผ่าน มีเลือกตั้ง ปชป.จะอยู่ตรงไหน เป็นนายกฯ เรอะ ฝันไปเถอะ เขาไม่ให้เป็นแล้ว ถึงได้ เปิดช่อง “นายกฯคนนอก” แล้ว ปชป.จะร่วมรัฐบาลอย่างไร ในเมื่อไม่ยอมรับคำถามพ่วง (กลับไปเปลี่ยนใจได้นะ)

ตัดฉับไปดูคนอีกกลุ่มที่มีพลังชีวิตอยู่ได้ด้วย “ความเกลียดทักษิณ” เช่นกัน คือพันธมิตรประชาชนฯ กำลังดิ้นพล่านคัดค้านป.ป.ช.ตั้งท่าถอนฟ้องคดีสลายชุมนุม 7 ตุลา 2551 ซึ่ง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายรองนายกรัฐมนตรี เป็น 1 ในจำเลย โดยข้อครหาคือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.ชุดใหม่ นอกจากเคยใกล้ชิดพล.ต.อ.พัชรวาท ยังมาจากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่อยู่กับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

อ๊ะ ทับซ้อนนี่นา น่าร่วมประณาม แต่แทนที่คนอีกข้าง จะร่วมด้วย กลับวางเฉยหรือไม่ก็แอบสาสม เปล่า ไม่ใช่ใจจืดใจดำ อยากเห็นคนต่างสีบาดเจ็บล้มตายฟรี แต่มันมี 2 มาตรฐานมาแต่ต้น 7 ตุลา สลายม็อบด้วยแก๊สน้ำตามีความผิด แต่พฤษภา 53 สลายม็อบด้วยกระสุนจริง ไม่มีใครผิด ถามจริง พวกคุณเห็นหัวอกและคราบน้ำตาของญาติคนตายปี “53 บ้างไหม ถ้าเห็น ค่อยมาสร้างมาตรฐานเดียวกัน คือต้องเอาจำเลยขึ้นศาลอาญาทั้ง 2 คดี

ไม่กี่วันก่อน สนธิ ลิ้มทองกุล เพิ่งวิพากษ์โครงการ ประชารัฐ ว่าเอื้อคนรวยได้ประโยชน์ รวมทั้งคัดค้านนโยบายให้เช่าที่ดิน 99 ปี นี่ไม่ใช่การเล่นเกมหรือปั่นราคาตัวเอง อย่างที่บางคนมองแง่ร้าย พวกพันธมิตรฯ ส่วนที่มาจาก ภาคประชาสังคมมีอุดมคติของตัวเองอยู่ แม้เป็นอุดมคติ เพ้อเจ้อไม่เห็นความเป็นไปได้ คือต่อต้านทุนนิยมร่ำไป ชูประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ แต่ปฏิเสธเสรีภาพประชาธิปไตย ไม่เอาเลือกตั้ง

พันธมิตรไม่มีวันไปถึงจุดสุดยอดของตัวเอง ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลจึงมีปัญหา รัฐบาล ปชป.ก็เป็นหอกข้างแคร่ รัฐบาลคสช.ก็ปฏิรูปไม่หนำใจ วันนี้ก็ไม่พอใจกรณีป.ป.ช.

แต่ถามจริง พันธมิตรฯยังมีพลังทำอะไรได้หรือ ผมว่าไม่มี อันที่จริงพันธมิตรฯจบสนิทตั้งแต่ปิดสนามบิน แม้มีนิรโทษฯสุดซอย ก็ใช่จะฟื้นคืนชีพ คนส่วนใหญ่ไปม็อบลุงกำนัน ม็อบพันธมิตรฯเพียงแต่แปลงร่างเป็นคปท. อาสากล้าลุย

ถามจริง วันนี้คนชั้นกลางระดับบน คนมั่งมี ไฮโซ เซเลบ อยู่กับใคร ก็มีความสุขอยู่กับ “ลุงตู่” ไง มีซักกี่คนสนใจเรื่องโรงไฟฟ้าขยะ ถ่านหิน เรื่องไล่ที่ทำกิน มีซักกี่คนสนใจเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรม แค่ปราบโกงฉาบฉวยกับไล่ล่าคนผิดในโลกออนไลน์ก็พอใจแล้ว

ปชป.กับพันธมิตรฯ มีปัญหาไม่ต่างกัน ตราบใดที่มีพลังชีวิตอยู่ได้ด้วยการปลุกความเกลียดชัง ด้วยการทำลายล้าง ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังสร้างสรรค์ สุดท้ายก็จะทำลายตัวเอง

source :- http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1462533815

Add Comment