ที่จริงจะตั้งหัวว่า 112 ร้อนๆ จ้า เดี๋ยวข่าวสดเดือดร้อน

ที่จริงจะตั้งหัวว่า 112 ร้อนๆ จ้า เดี๋ยวข่าวสดเดือดร้อน

ขอทายท้ากระทุ้งเรื่อง 112 นี่แหละ แต่เขียนนิ่มๆ (แม้กระทบเปลว สีเงิน หน่อยๆ ในช่วงต้น) คือกระแส “ปล่อยแม่จ่านิว” นี่จริงๆ แล้วไม่ได้มีพลังเพียงเพราะผู้รักประชาธิปไตย แต่ผู้จงรักภักดีที่มีสติ คนรักในหลวงที่ใจเป็นกลาง เขาก็เห็นไง ว่า “จ้า” คำเดียว เอาผิด 112 มันไม่สมควร มันทำให้กฎหมายที่พวกเขาเห็นว่าต้องมีไว้ใช้ปกป้องสถาบันเท่านั้น และใช้อย่างศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นถูกกังขาว่า เฮ้ย เอามาเล่นงานทางการเมืองหรือเปล่า?

คนเหล่านี้เขารับไม่ได้ ยกตัวอย่างจุลเจิม ก็ยังกังขา ตกลงนี่จะใช้ 112 อย่างศักดิ์สิทธิ์ หรือใช้พร่ำเพรื่อ ถ้าแม่จ่านิวผิดจริงตามตำรวจว่า ทำไมศาลให้ประกัน?

การใช้ 112 โดยทหาร เริ่มมีปัญหามาตั้งแต่คดีฐนกร ซึ่งจะให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ เพราะเริ่มมีข้อกังขากับการที่ทหารใช้ ม.44 คุมตัว ไม่มีหมายค้นหมายจับ สอบสวน ตรวจคอมพ์ แล้วว่าผิด 112 โดยไม่รู้ผิดยังไง

เอาละ เรื่องโทษหนัก หรือประเด็นอื่นๆ ยังไม่ต้องถกเถียงก็ได้ แต่เรื่องการบังคับใช้ ว่าใครควรมีอำนาจกล่าวโทษ ไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป นิติราษฎร์เคยเสนอให้สำนักราชเลขาธิการกล่าวโทษ ถ้าไม่เอาอย่างนั้นก็ต้องให้มีส่วนร่วมหลายฝ่าย มีคณะกรรมการ มีการกลั่นกรอง ไม่ใช่ “จ้า” คำเดียว กลายเป็นเรื่องใหญ่

และไม่ใช่ คสช.ได้นะ คดีแม่จ่านิวนี่ เสียมากกว่าได้ (เปลว สีเงิน ถึงออกมาเต้นเร่าว่าแม่จ่านิวมีแผนร้ายจ้องทำลาย)

000000

แม่จ่านิวถูกออกหมายจับคดีม.112 ถูกคุมขัง 2 วัน ศาลทหารให้ประกันตัว ได้ออกมากอดลูกร้องไห้ ผู้คนเห็นแล้วสะเทือนใจ แต่ไม่วายมีคนกังขา ไปเอาเครื่องซักผ้า เอ๊ย เงิน 5 แสนมาจากไหน

ผู้รักประชาธิปไตยในประเทศนี้คงอดอยากยากไร้ ต้องขอทักษิณกินไปเสียหมดสินะ เงินแค่นี้ไม่มีปัญญาช่วยเหลือกัน ใครไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ล้วนทักษิณจ้างมา โจมตีกล่าวหาจน UN ทบทวนสิทธิมนุษยชน ใครเป็นทนายสิทธิฯคือ “ทนายโจร” ถ้าเป็นคนดีคงได้เป็น สนช. สปท.

ที่จริงก็พอเข้าใจ คนเหล่านี้กลัวคสช. “เพลี่ยงพล้ำ” หรือ “เสียท่า” จับแม่จ่านิว “จ้า” แล้วเกิดกระแสเรียกร้องปล่อยตัวอย่างกว้างขวาง ไม่เฉพาะข้างหนึ่งข้างใด หากรวมถึงคนกลางๆ และผู้สนับสนุนรัฐบาลที่ยังมีมโนธรรม

พวก Ultra ยิ่งกว่าคสช.เลยปรักปรำว่านี่มันแผนร้าย “จ้า” ยั่วให้จับ จงใจจัดฉาก ดราม่าแม่ลูกกอดกันผ่านลูกกรง ไม่ได้ต้องการล้มแค่คสช. แต่จะล้ม ม.112 ไปโน่น

แม่จ่านิวคงเจ้าเล่ห์มากนะครับ เห็นรับจ้างรีดผ้าทำงานบ้าน โห ไม่ธรรมดา เตรียมแผนร้ายมา “จ้า” คำเดียว ล้มทั้งยวง

แน่ละ ตำรวจปอท.ยืนกรานว่าแม่จ่านิวแช็ตมากกว่า คำว่า “จ้า” แต่บันทึกข้อกล่าวหาที่ทนายเผยแพร่ระบุชัด ตำรวจหาว่า “การตอบกลับด้วยคำว่าจ้า ย่อมแสดงให้เห็นว่ายอมรับและเห็นด้วย” ทั้งที่ผู้ต้องหาอีกรายเพียงถามว่า “อย่าว่าผมนะที่คุยแบบนี้”

แม่จ่านิวแช็ตมากกว่า “จ้า” จริงไหม เป็นความลับ ตำรวจไม่สามารถเผยแพร่ได้ แต่ถ้ามีมากกว่า “จ้า” ถ้าแช็ตข้อความดูหมิ่นอาฆาตมาดร้าย ทำไมศาลทหารจึงให้ประกัน นี่คือประเด็นที่คนจำนวนมากกังขา ไม่ว่าข้างไหน

ก็ขนาด ม.จ.จุลเจิม ยุคล ยังข้องใจ “ทำไมใช้กฎหมาย มาตรา 112 กันพร่ำเพรื่อมากมายมหาศาล จนเละเทะหรือเป็นแค่เกม กวนน้ำให้ขุ่น….. อย่าทำเลยครับ เอามาเล่นกันเพื่ออะไรครับ มาตรา 112…… ตกลงใครครับที่ทำให้มาตรา 112 ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ให้ตำรวจแถลงความผิดแม่จ่านิวชัดเจน แต่ศาลทหารให้ประกันแม่จ่านิว…”

เข้าใจตรงกันนะ กระแสเรียกร้องข้องใจในคดีนี้ ที่มีน้ำหนักไม่ใช่ “พวกล้มเจ้า” แต่มาจากผู้จงรักภักดีต่อสถาบัน ที่เห็นว่าการใช้ม.112 ต้องใช้อย่างศักดิ์สิทธิ์ ใช้กับผู้ทำผิดจริงๆ เมื่อคำว่า “จ้า” ปรากฏออกมาจากผู้ต้องหาที่ไม่ได้เป็นแกนนำสีไหน เป็นแค่แม่ของ “เด็กดื้อ” ที่มีอะไรก็ปกป้องลูกตามประสาแม่

ผู้จงรักภักดีจึงห่วงใยว่า ถ้าม.112 ถูกมองว่าใช้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง ไม่ได้ใช้อย่างถูกต้องแม่นยำ กฎหมายที่มีไว้ปกป้องสถาบันก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์

อดีตนายกฯอานันท์ชี้ไว้นานแล้วว่า ม.112 มีปัญหาการบังคับใช้ เพราะใครก็แจ้งความได้ จึงเคยมีพี่ชายฟ้องน้องชาย ยังดีศาลยกฟ้องเพราะไม่มีหลักฐาน มีแต่คำบอกเล่าที่โกรธเคืองกัน กระนั้นก็ติดคุกฟรีอยู่ร่วมปีไม่ได้ประกัน

หลังยึดอำนาจ คสช.ออกประกาศให้ ม.112 ขึ้นศาลทหารโดยใช้ร่วมกับมาตรา 44 เอาอำนาจกล่าวโทษมาไว้ที่ตัวท่าน บอกให้ประชาชนเชื่อมั่นจะใช้ดุลยพินิจเที่ยงธรรมไม่ให้ใครกลั่นแกล้งกัน

แต่ก็เกิดกรณีฐนกร ศิริไพบูลย์ ถูกจับฐานโพสต์ผังราชภักดิ์ ผิด 116 พ่วง 112 ฐาน “กดไลก์เป็นอาชญากรรม” ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึง ก่อนศาลทหารให้ประกัน

วันนี้นอกจากแม่จ่านิว ยังมี 2 ใน 8 แอดมินเพจเรารัก พล.อ.ประยุทธ์ “ล้อเลียนเป็นภัยความมั่นคง” ถูกระบุว่าผิด ม.112 ผิดอย่างไรไม่รู้เพราะเป็นความลับ พวกเขาอาจผิดจริงก็ได้ แต่คดีฐนกร คดีแม่จ่านิว ก็ทำให้เกิดข้อกังขาแล้วใช่ไหมครับ

พูดอย่างนี้ไม่ใช่ห้ามใช้ ม.112 แต่ข้อสำคัญ ใช้อย่างไรให้พสกนิกรเชื่อมั่นว่าใช้เพื่อปกป้องสถาบัน

ถึงวันนี้ การให้อำนาจตำรวจทหารใช้ ม.44 ตรวจค้นจับกุมไม่ต้องมีหมายศาล ยึดคอมพ์ไปตรวจข้อความ แล้วชี้ว่าหมิ่นสถาบัน เอาขึ้นศาลทหาร ไม่ให้ประกัน โดยสาธารณชนไม่รู้ว่าผิดอย่างไร เป็นความลับ ฯลฯ เห็นจะไม่พอแล้วนะครับ เพราะคำว่า “จ้า” ทำให้สังคมกังขาเสียแล้ว

งั้นจะทำอย่างไร ก็ต้องใช้อำนาจอย่างรับผิดชอบ ถี่ถ้วน ให้หลายฝ่ายมีส่วนร่วม อันที่จริงเคยมีข้อเสนอให้สำนักราชเลขาธิการกล่าวโทษ แต่ถ้าไม่อยากไปถึงขั้นนั้น ก็อาจตั้งกรรมการร่วมจากหลายฝ่าย มีหลายคน หลายองค์กร ช่วยยืนยันกับประชาชน ว่ากลั่นกรองพิจารณาดีแล้ว ทำอย่างไรก็ได้ครับ ให้พสกนิกรเชื่อมั่น แต่ไม่ใช่ทำอย่างเดิม

sourcee : FB Atukkit Sawangsuk & http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1463057171

 

Add Comment