ทั่วโลกมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์?

ทั่วโลกมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อชัยชนะของโดนัลด์ ทรัมป์?

ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา บ่งชี้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน ชนะการเลือกตั้งในปีนี้ด้วยคะแนนทิ้งห่างจากนางฮิลลารี คลินตัน ผู้เป็นคู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ส่งผลให้ผู้นำประเทศต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อชัยชนะของนายทรัมป์กันอย่างคับคั่ง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีต่อชัยชนะของนายทรัมป์ พร้อมระบุว่ารัฐบาลไทยพร้อมจะร่วมมือกับสหรัฐฯ ต่อไป ขณะที่นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียยินดีที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบในสมัยของนายทรัมป์ ส่วนนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ส่งสารแสดงความยินดีถึงนายทรัมป์อย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่น อิสราเอล อัฟกานิสถาน ฟิลิปปินส์ อินเดีย ตลอดจนรัฐบาลปาเลสไตน์ ที่ระบุว่าพร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไป

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร แสดงความยินดีต่อนายทรัมป์เช่นกัน แต่ขณะเดียวกันก็ได้ย้ำว่าสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ต้องร่วมมือกันต่อไปด้านการส่งเสริมเสรีภาพ ประชาธิปไตย และการดำเนินธุรกิจ ขณะที่นายฟรองซัวส์ โอลลองด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่าชัยชนะของนายทรัมป์อาจนำไปสู่ห้วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน จึงหวังว่าประเทศยุโรปจะดำรงไว้ซึ่งเอกภาพในกรณีที่ต้องเผชิญอุปสรรคต่าง ๆ ส่วนนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แถลงยอมรับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าเป็นการใช้สิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนชนอเมริกัน

ด้านนายเรเจ็ป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ระบุว่าตนคาดหวังให้ชัยชนะของนายทรัมป์เป็นผลดีต่อประชาคมโลกในแง่ของการปกป้องสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งฮิวแมนไรท์วอทช์ (HRW) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (AI) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายทรัมป์ ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดำเนินนโยบายต่างๆ ในอนาคตโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน แม้ว่านโยบายหาเสียงของนายทรัมป์ที่ผ่านมาจะทำให้เกิดความกังวลว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิมนุษยชน #USelection#DonaldTrump #Trump2016